ไทยแลนด์
Saturday 17th of August 2019
  68
  0
  0

ฟะดักของขวัญของท่านหญิงฟาฏิมะฮ์

ฟะดักของขวัญของท่านหญิงฟาฏิมะฮ์

 

 

การมอบสวนฟะดักให้ท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ (ซ.)

 

วันหรือคืนที่ 14 ของเดือนซุลฮิจญะฮ์ ปีฮิจเราะฮ์ศักราชที่ 7 สวนฟะดักได้ถูกมอบให้แด่ท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ อัซซะฮ์รอ (ซ.) และท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ็อลฯ) ได้เอาสักขีพยานในการมอบให้ครั้งนี้ (1) และในบางทัศนะได้กล่าวว่าการมอบสวนฟะดักนี้เกิดขึ้นในวันที่ 15 ร่อญับ (2)

 

หลังจากการพิชิตค็อยบัร ในปีฮิจเราะห์ศักราชที่ 7 ประมาณสี่ปีก่อนการเสียชีวิตของท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ็อลฯ) ญิบรออีล (อ.) ได้ลงมาและนำบัญชาจากพระผู้เป็นเจ้ามาให้ท่านศาสดา (ซ็อลฯ) และท่านอะมีรุลมุอ์มิน อะลี (อ.) ให้ทำการพิชิตฟะดัก ท่านทั้งสองได้ไปยังแผ่นดินฟะดัก ในความมืดยามค่ำคืนพร้อมกับอาวุธที่จำเป็น และเป็นไปตามคำสั่งของท่านศาสดา (ซ็อลฯ)

ท่านอะมีรุลมุอ์มินีน (อ.) ได้เหยียบบนไหล่ของท่านศาสดา (ซ็อลฯ) และท่านศาสดาได้ยืนขึ้น โดยแบกท่านอะมีรุลมุอ์มินีน (อ.) ไว้บนไหล่ของท่าน ด้วยปาฏิหาริย์ (มุอ์ญิซะฮ์) แห่งพระผู้เป็นเจ้า

 ท่านอะมีรุลมุอ์มินีน (อ.) ในขณะที่พกดาบของท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ็อลฯ) ไปด้วยนั้น ท่านปีนขึ้นไปบนกำแพงป้อมปราการของตำบลฟะดัก และบนกำแพงนั้นเอง ท่านได้กล่าวอะซานด้วยเสียงดัง

 

ชาวยิวที่อยู่ในป้อมปราการคาดคิดว่ามุสลิมบุกเข้าโจมตีและกำลังอยู่บนกำแพงต่าง พวกเขาต้องการจะหลบหนีออกจากป้อมปราการโดยผ่านทางประตู แต่นอกป้อมปราการนั้น

พวกเขาเห็นท่านศาสดา (ซ็อลฯ) ยืนอยู่หน้าประตูเบื้องหน้าพวกเขา และอีกด้านหนึ่ง

ท่านอะมีรุลมุอ์มินีน (อ.) ได้ลงมาจากกำแพงและต่อสู้กับพวกเขา และสังหารแกนนำของพวกเขาไป 18 คน และส่วนที่เหลือต่างยอมจำนน

 

ท่านทั้งสองจับกุมตัวบรรดาสตรีและเด็กๆ ของพวกเขาเป็นเชลย และนำทรัพย์สินเชลยกลับไปกับท่านด้วย ท่านศาสดาประกาศว่า ชาวฟะดักคนใดก็ตามที่เข้ารับอิสลาม ท่านจะเรียกเก็บคุมส์ หนึ่งในห้าส่วนจากทรัพย์สินของเขา ที่เป็นรายได้ของเขา และใครก็ตามที่คงอยู่บนศาสนาเดิมของเขา ท่านจะยึดทรัพย์สินทั้งหมดของพวกเขา ดังนั้นโดยรูปการดังกล่าว ป้อมปราการแห่งฟะดักถูกพิชิตโดยไม่มีการจัดกองทัพใดๆ ทั้งสิ้น บรรดามุสลิมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ในเรื่องนี้เลยแม้แต่น้อย และตามโองการของซูเราะฮ์อัลฮัชร์ (3) แผ่นดินที่ถูกพิชิตโดยปราศจากการยาตราทัพของชาวมุสลิม หรือแม้กระทั่งการที่ชาวเมืองนั้นๆ ได้เข้ามาหาท่านศาสดา (ซ็อลฯ) ด้วยการยอมจำนน ดินแดนเหล่านี้และทรัพย์สินเชลยรวมทั้งบรรดาเชลยจะเป็นกรรมสิทธิ์เฉพาะของท่านศาสดา (ซ็อลฯ) สถานที่ให้บริการที่เฉพาะเจาะจงของท่านศาสดาเป็นเหมือนทรัพย์สินส่วนตัวของท่าน ที่ท่านสามารถจะตัดสินใจจัดการใดๆ กับมันก็ได้ ถ้วยรางวัลเป็นทรัพย์สินส่วนตัว พวกเขามิได้มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับการตัดสินใจ และบรรดามุสลิมก็ไม่ได้สิทธิ์ใดๆ ในสิ่งเหล่านั้น

 

การมอบสวนฟะดักให้แก่ท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ เป็นของขวัญ

 

หลังจากเหตุการณ์นี้ ญิบรออีล (อ.) ได้ลงมาและนำโองการนี้มายังท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ็อลฯ) ว่า

 

وَآتِ ذَا الْقُرْبَى حَقَّهُ

 

“และจงมอบแก่เครือญาติใกล้ชิดซึ่งสิทธิของเขา” (4)

 

ท่านศาสดา (ซ็อลฯ) ได้ถามว่า “จุดประสงค์ของมันคือใคร” ญิบรออีลกล่าวโดยบัญชาของพระผู้เป็นเจ้าว่า “จงมอบสวนฟะดักนี้แก่ฟาฏิมะฮ์ (ซ.)” ท่านศาสดา (ซ็อลฯ) จึงกล่าวกับท่านหญิง

ฟาฏิมะฮ์ (อ.) ว่า

“พระผู้เป็นเจ้าทรงพิชิตสวนฟะดักให้กับพ่อของเธอ เนื่องจากกองทัพของอิสลามไม่ได้ทำการพิชิตมัน ดังนั้นมันจึงเป็นกรรมสิทธิ์เฉพาะของพ่อ พระผู้เป็นเจ้าทรงบัญชาให้พ่อมอบมันแก่เธอ อีกด้านหนึ่ง มะฮัรของคอดีญะฮ์ (อ.) มารดาของเธอ ก็ยังอยู่ในพันธะของพ่อของเธอด้วย และพ่อของเธอจะมอบมะฮัรของแม่ของเธอ พร้อมกับการปฏิบัติตามบัญชาของพระผู้เป็นเจ้า จะมอบสวนฟะดักให้แก่เธอ เจ้าจงรับมันไว้เป็นของเธอและลูกๆ ของเธอ และจงครอบครองมันไว้เป็นกรรมสิทธิ์เถิด”

 

ท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ อัซซะฮ์รอ (ซ.) กล่าวว่า

“ตราบที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ท่านก็ยังคงมีอำนาจเหนือตัวข้าพเจ้าและทรัพย์สินของข้าพเจ้า”

 

 ท่านศาสดา (ซ็อลฯ) กล่าวว่า

 “พ่อเกรงว่า หากพ่อไม่มอบให้เป็นกรรมสิทธิ์ของเธอในขณะที่พ่อยังมีชีวิตอยู่ คนที่ไม่ยึดมั่นในจรรยาบรรณจะยึดเอาเป็นเหตุผลข้ออ้างภายหลังจากที่พ่อไม่อยู่แล้ว พวกเขาจะยับยั้งมันจากเธอ” ท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ อัซซะฮ์รอ (อ.) กล่าวว่า

 “ถ้าเช่นนั้นพ่อก็จงกระทำในสิ่งที่เห็นว่าเหมาะสมเถิด”

 ท่านศาสดา (ซ็อลฯ) จึงเรียกท่านอะมีรุลมุอ์มินีน (อ.) มาพบและกล่าวว่า

“เจ้าจงเขียนเอกสารสวนฟะดักในฐานะทรัพย์สินที่มอบให้ของศาสดาและจงบันทึกมันไว้เถิด” ท่านอิมามอะลี (อ.) ได้เขียนบันทึก ท่านศาสดา (ซ็อลฯ) และท่านหญิงอุมมุอัยมันได้เป็นสักขีพยานในสิ่งนั้น

 

เชิงอรรถ:

 

[1] บิฮารุ้ลอันวาร , เล่มที่ 95, หน้าที่ 185; มุสตัดร็อก ซะฟีนะตุ้ลบิฮาร, เล่มที่ 2, หน้าที่ 216

[2] อัลมิศบาห์ , อัลกัฟอะมี, เล่มที่ 2, หน้าที่ 598

[3] ซูเราะฮ์อัลฮัชร์/อายะฮ์ที่ 6 - 7

[4] ซูเราะฮ์อัลอิสรออ์/อายะฮ์ที่ 26

 

ขอขอบคุณเว็บไซต์ซอฮิบซะมาน

  68
  0
  0
امتیاز شما به این مطلب ؟

latest article

      มนุษย์จะเป็นที่รักยิ่งของอัลลอฮฺ ...
      การดำรงตนอยู่ในความบริสุทธิ์ ...
      ...
      ความไว้วางใจ และ ...
      เป้าหมายของเดือนรอมฎอน ตอนที่หนึ่ง
      ฮิดายะฮ์ (การชี้นำ)ในอัลกุรอาน
      ...
      ...
      ดุอาประจำวันที่ 5 รอมฎอน
      จริยธรรม : รูห์ (วิญญาณ) ของศาสนา

 
user comment