ไทยแลนด์
Saturday 17th of August 2019
  57
  0
  0

สวนฟะดักท่านหญิงฟาฏิมะฮ์

สวนฟะดัก มรดกหรือของขวัญที่บิดามอบให้ฟาฏิมะฮ์


ฟะดักเป็นมรดกของท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ ใช่หรือไม่?

ประเด็นที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้ ก็คือ เรื่องราวที่เกี่ยวกับฟะดัก ซึ่งถือว่า เป็นประเด็นที่มีความสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์อิสลามที่เกิดขึ้นหลังการวะฝาตของท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ็อลฯ)

ฟะดัก คือ ชื่อของสถานที่หนึ่งที่ท่านศาสดาได้รับบัญชาจากพระองค์อัลลอฮ์ (ซ.บ) ให้มอบเป็นของขวัญแด่ท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ (ซ)บุตรีของท่าน แต่หลังจากการจากไปของท่านศาสดา อบูบักรได้ยึดเอาฟะดักจากท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ไป ด้วยเหตุนี้ท่านหญิงจึงได้ลุกขึ้นเรียกร้องสิทธิอันชอบธรรมของนาง แต่ทว่าอะบูบักรกลับไม่ยอมรับคำเรียกร้องของนาง และได้ยึดสวนฟะดักไปจากท่านหญิง และต่อมาในสมัยการปกครองของอับดุลอะซีซ สวนฟะดักถูกมอบคืนให้กับวงศ์วานของท่านหญิงฟาฏิมะฮ์

ถ้าหากว่าเราจะมองเหตุการณ์ที่เกี่ยวกับสวนฟะดัก สามารถมองได้ด้วยกัน ในสองมิติ

มิติแรก ฟะดักเป็นเรื่องราวหรือเหตุการณ์ที่ไม่มีความสำคัญในประวัติศาสตร์มากเท่าไร ฟะดักเป็นเพียงทรัพย์ที่อยู่ในมือของท่านหญิง สาเหตุที่ต้องยึดคืนไปนั้น ก็เพราะต้องการนำมาใช้จ่ายในคลังอิสลามหรือเรียกว่า บัยตุลมาล ใช้ในการเสริมสมณะภาพของกองทัพอิสลามในเวลานั้น ด้วยเหตุนี้ท่านหญิงจึงต้องการเรียกร้องทรัพย์สมบัติของนางคืนจากเคาะลีฟะฮ์ ซึ่งจะเห็นว่า ประเด็นนี้เป็นประเด็นที่ไม่มีความสำคัญเท่าไร เพราะหากว่า ฟะดัก คือ มรดกของท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ และเป็นของขวัญชิ้นหนึ่งที่ท่านศาสดามอบให้กับบุตรสาวของตน ในขณะท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ ดั่งที่อัลกุรอานกล่าวถึงนางว่า ผู้ที่ให้อาหารแก่คนยากจนด้วยกับความรัก และไม่เป็นเรื่องน่าแปลกใจแต่อย่างใดที่ท่านหญิงจะเรียกร้องทรัพย์ของตนกลับคืนมา

ในอีกมุมมองหนึ่ง กล่าวได้ว่า ฟะดัก เป็นประเด็นที่มีความสำคัญในประวัติศาสตร์อิสลาม เป็นอย่างมาก เพราะว่าเรื่องของฟะดักนั้นเกี่ยวโยงเหตุการณ์ต่างๆ เช่น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงสุดท้ายของท่านศาสดา ก็คือ วันที่ท่านศาสดากลับจากการประกอบพิธีฮัจญ์ครั้งสุดท้าย หรือฮัจญะตุลวิดาอ์ และประกาศว่า ผู้ใดก็ตามที่ฉันเป็นนายของเขา อะลีก็เป็นนายของเขาด้วย

ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์ ได้กล่าวในวันเฆาะดีรคุมว่า พวกท่านทั้งหลายเชื่อกันหรือไม่ว่า ฉันนั้นดีกว่าหรือประเสริฐกว่าบรรดาผู้ศรัทธา

พวกเขากล่าวตอบท่านว่า ใช่แล้ว โอ้ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์

หลังจากนั้นท่านก็กล่าวอีกว่า พวกท่านยังมีความเชื่อเช่นนี้ใช่หรือไม่ว่า ฉันนั้นดีกว่าหรือประเสริฐกว่าผู้ศรัทธาคนใด คนหนึ่งในพวกท่าน  

พวกเขาก็ตอบพร้อมกันว่า ใช่แล้ว โอ้ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์

หลังจากนั้นท่านก็จับมือของท่านอะลียกขึ้นและกล่าวว่า โอ้ข้าฯแด่อัลลอฮ์ ผู้ใดก็ตามที่ฉันเป็นนายของเขา อะลีผู้นี้ก็เป็นนายของเขาด้วยเช่นกัน

และท่านได้ขอวิงวอนต่อพระองค์อัลลอฮ์ว่า โอ้ข้าฯแด่อัลลอฮ์ ขอพระองค์ จงมีความรักต่อผู้ที่มีความรักต่อเขา (อะลี) และ จงเป็นศัตรูต่อผู้ที่เป็นศัตรูกับเขา

หลังจากที่ท่านศาสดากล่าวไปแล้วนั้น อุมัร บิน ค็อตฏอบได้เข้ามาหาท่านอะลีและแสดงความยินดีต่อท่านว่า

“ขอแสดงความยินดีต่อท่าน โอ้บุตรของอะบูฏอลิบ ท่านคือ นายของผู้ศรัทธาทั้งชายและหญิงทุกคน”


ที่มา


(มุสนัดอะฮ์มัด เล่มที่4 หน้าที่ 281 และเล่มที่4 หน้าที่370-371, มุสตัดร็อก อัศศอฮีฮัยน์ เล่มที่ 3 หน้าที่ 110, มัจมะอุซซะวาอิด เล่มที่ 9 หน้าที่ 104, คิศออิศ หน้าที่ 150)


ขอขอบคุณเว็บไซต์ทีวีชีอะฮ์ ภาคภาษาไทย

 

  57
  0
  0
امتیاز شما به این مطلب ؟

latest article

      มนุษย์จะเป็นที่รักยิ่งของอัลลอฮฺ ...
      การดำรงตนอยู่ในความบริสุทธิ์ ...
      ...
      ความไว้วางใจ และ ...
      เป้าหมายของเดือนรอมฎอน ตอนที่หนึ่ง
      ฮิดายะฮ์ (การชี้นำ)ในอัลกุรอาน
      ...
      ...
      ดุอาประจำวันที่ 5 รอมฎอน
      จริยธรรม : รูห์ (วิญญาณ) ของศาสนา

 
user comment