ไทยแลนด์
Sunday 9th of August 2020
  2215
  0
  0

บันทึกประวัติ “ปาเลสไตน์” ตอนที่ ๑

บันทึกประวัติ “ปาเลสไตน์” ตอนที่ ๑


ย้อนไปสมัยโบราณ ตามบันทึกของประวัติศาสตร์ส่วนมากเล่าว่า มีดินแดนส่วนหนึ่งในตะวันออกกลางชื่อว่า “ดินแดนปาเลสไตน์“ มีผู้คนอาศัยอยู่จำนวนหนึ่ง ส่วนมากมีเชื้อสายกันอาน(อาหรับ)และเชื้อสายฟิลิสติน ซึ่งก็คือบรรพบุรุษของชาวปาเลสไตน์ในปัจจุบัน


ต่อมา ชาวยิว(เชื้อสายของชาวอิสราเอลในปัจจุบัน) จำนวนหลายแสนคนหลบหนีจากการเป็นทาสในอียิปต์และหนีมายังดินแดนนี้ ได้ทำการบุกรุกเพื่อชิงพื้นที่นี้จากคนกลุ่มเดิมที่อาศัยอยู่ก่อน และได้ตั้งกษัตริย์ปกครอง


เวลาผ่านไป ดินแดนนี้เริ่มสั่นคลอน มีปัญหาจนแตกออกเป็น 2 ส่วนคือ อาณาจักรอิสราเอล มี กรุงสะมาเรีย เป็นศูนย์กลาง และ อาณาจักรยูดายห์ มี เยรูซาเล็ม เป็นศูนย์กลาง


ผ่านไปหลายร้อยปี สุดท้ายทั้งอาณาจักรอิสราเอลและอาณาจักรยูดายห์ก็ล่มสลาย เพราะถูกยึดครองจากชาติอื่น ทั้งเปอร์เซีย กรีก และโรมัน จนศาสนาคริสต์เข้ามามีบทบาทในดินแดนแถบนี้ชนชาติยิวที่ลุกฮือต่อสู้ถูกฆ่าเป็นจำนวนมาก บางส่วนถูกเนรเทศ บางส่วนก็ต้องหนีกระจัดกระจายไปยังแอฟริกาหรือยุโรป ส่งผลให้ในแอฟริกาและยุโรปมีชาวยิวอาศัยอยู่จำนวนมากจนถึงปัจจุบัน และเมื่อชาวยิวออกจากดินแดนนี้ไปแล้ว ชาวอากันและชาวฟิลิสตินส่วนหนึ่งที่เคยอาศัยอยู่มาก่อน ก็กลับมาอยู่ที่ดินแดนปาเลสไตน์


 ซึ่งในตอนนั้น ดินแดนปาเลสไตน์ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของศาสนาคริสต์อย่างเต็มตัวจากโรมัน มีวิหารถูกสร้างใหม่จำนวนมาก ดึงดูดชาวคริสต์จากทั่วโลกให้เข้ามาแสวงบุญที่นี่
ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 7 กองทัพอิสลามของอาหรับทำสงครามยิ่งใหญ่ ครอบครองพื้นที่ได้เป็นจำนวนมากรวมถึงดินแดนปาเลสไตน์ด้วย ทำให้ศาสนาคริสต์เสื่อมลงและศาสนาอิสลามเข้ามาแทนที่ จากวันนั้นเป็นต้นมา คนในดินแดนปาเลสไตน์ถูกเลี้ยงดูแบบอาหรับและวัฒนธรรมแบบอิสลาม แต่ก็สลับกันเป็นใหญ่ บางช่วงคริสต์ชนะอิสลาม บางช่วงอิสลามชนะคริสต์ สลับกันเรื่อยๆ


จนมีช่วงหนึ่งที่ชาวเติร์กหรือ “ตุรกี“ หรือจักรวรรดิออตโตมันได้เข้ามาครอบครองปาเลสไตน์ แต่คนในปาเลสไตน์ก็ยังใช้ชีวิตตามประเพณีและวัฒนธรรมเดิม สรุปได้ว่าอาหรับและอิสลามมีบทบาทมากที่สุดบนพื้นที่ดินแดนปาเลสไตน์เป็นเวลาพันกว่าปี (นานมาก)


ผ่านไปพันปีเศษๆ มาถึงในปี ค.ศ. 1897 ได้เกิด “ขบวนการไซออนิสต์“ หรือชื่อเรียกขบวนการการคืนสู่แผ่นดินเกิดหรือแผ่นดินปาเลสไตน์ของชาวยิวซึ่งกระจัดกระจายไปอยู่ทั่วโลกทั้งตั้งแต่สมัยที่หนีจากอียิปต์และสมัยที่หนีจากตอนที่โรมันเข้ามาปกครองปาเลสไตน์ ซึ่งกลุ่มไซออนนิสต์ยึดมั่นในพระคัมภีร์ที่ว่า “พระเจ้าได้ประทานดินแดนแห่งนี้ให้กับชาวยิว ดังนั้นดินแดนนี้จึงเป็นของยิวตั้งแต่อดีตกาล” จึงได้ทยอยติดต่อซื้อที่ดินในดินแดนปาเลสไตน์เรื่อยๆ ท่ามกลางความไม่พอใจของชาวปาเลสไตน์หรืออาหรับที่เป็นเจ้าของพื้นที่ (ชาวยิวจำนวนมากไปสร้างตัวในต่างประเทศและร่ำรวยไม่ใช่น้อย)


โดยในขณะนั้น ตุรกีหรือจักรวรรดิออตโตมันก็ยังครอบครองดินแดนปาเลสไตน์อยู่  ขบวนการไซออนิสต์ได้ติดต่อสุลต่านออตโตมันเพื่อขอซื้อดินแดนปาเลสไตน์คืนมา แต่สุลต่านออตโตมันปฏิเสธและบอกกับชาวยิวว่า


“ถ้าอยากได้ปาเลสไตน์คืน ก็ต้องรอให้ออตโตมันล่มสลายเสียก่อน“


และไม่นาน จักรวรรดิออตโตมันก็ล่มสลายจริงๆ!! (ภายหลังกลายเป็นประเทศตุรกี) สาเหตุก็เพราะเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 และจักรวรรดิออตโตมันเข้าร่วมกับเยอรมันซึ่งเป็นฝ่ายแพ้สงครามย่อยยับ


ผู้ชนะสงครามโลกครั้งที่ 1 คือ อังกฤษและฝรั่งเศส อังกฤษได้เข้ามาจัดการปาเลสไตน์“ขบวนการไซออนิสต์“ ไม่รอช้า รีบติดต่ออังกฤษเพื่อขอก่อตั้งรัฐยิวในปาเลสไตน์ ตอนแรกอังกฤษจะปฏิเสธ แต่พวกไซออนิสต์อ้างว่าแผ่นดินปาเลสไตน์เป็นดินแดนแห่งพันธะสัญญาที่พระเจ้าได้สัญญาไว้กับพวกตนตั้งแต่โบราณแล้ว


 ในที่สุด อังกฤษยินยอมยกดินแดนปาเลสไตน์ให้ชาวยิวเข้ามาอาศัยอยู่ เพราะจริงๆ แล้วตอนที่รบในสงครามโลกครั้งที่  1 มีนักเคมีท่านหนึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุระเบิดเข้ามาช่วยคิดค้นทำระเบิดประสิทธิภาพสูง ลองทายสิคะว่านักเคมีท่านนี้มีเชื้อสายอะไร? ใช่แล้ว นักเคมีคนนี้มี “เชื้อสายยิว“ ดังนั้นการยกดินแดนปาเลสไตน์ให้ชาวยิวกลับมาอยู่ ก็เหมือนเป็นการตอบแทนชาวยิวอีกทางนั่นเอง


แต่การย้ายกลับเข้าไปอยู่ในดินแดนปาเลสไตน์ของชาวยิวนั้น ก็เป็นการย้ายโดยที่ดินแดนนั้นยังไม่ได้กลับมาเป็นของชาวยิวโดยสมบูรณ์ แน่นอนว่าชาวปาเลสไตน์หรืออาหรับจำนวนมากที่ยังคงอยู่ในดินแดนปาเลสไตน์นั้นก็เกิดความไม่พอใจเป็นอย่างมากที่ยิวมาแย่งพื้นที่ของตน


 จนในที่สุด ปี ค.ศ. 1947 สหประชาชาติมีมติให้แบ่งดินแดนปาเลสไตน์ให้แก่ชาวยิว ซึ่งมติดังกล่าวนั้นไม่ได้ขอความเห็นชอบจากชาวปาเลสไตน์ดั้งเดิมที่เป็นคนอาหรับเลยแม้แต่อย่างใด ดินแดนปาเลสไตน์ตอนนี้จึงแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ ส่วนหนึ่งของชาวยิว ถูกตั้งเป็นรัฐยิวอย่างเป็นทางการ มีชื่อว่า “รัฐอิสราเอล“ อีกส่วนของชาวอาหรับ ชาวอาหรับที่อาศัยอยู่อีกครึ่งหนึ่งของดินแดนปาเลสไตน์ก็ไม่พอใจมากขึ้นเพราะถือว่าตนเองอยู่มาก่อน จนมีการเผชิญหน้ากันหลายครั้ง เล็กบ้างใหญ่บ้าง ไม่จบไม่สิ้น


และสงครามครั้งใหญ่ก็เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1967 ชาวอาหรับในดินแดนปาเลสไตน์ขอความร่วมมือจากอาหรับชาติอื่น(เช่น อียิปต์ จอร์แดน ซีเรีย) เพื่อถล่มชาวยิวในอิสราเอล โดยกองทหารอาหรับมีกำลัง 7 แสน ในขณะที่กองทหารยิวมีเพียง 2 แสน


เกมพลิก!! ยิวเป็นฝ่ายเอาชนะอาหรับได้เพราะได้รับความช่วยเหลือจากอเมริกา(ว่ากันว่าชาวยิวที่ไปสร้างตัวในอเมริกา ส่วนมากมีฐานะร่ำรวยและมักให้เงินสนับสนุนอเมริกาอยู่เสมอ) ยิวได้ไล่อาหรับแทบทั้งหมดออกจากดินแดนปาเลสไตน์! ชาวอาหรับในปาเลสไตน์ต้องทิ้งบ้านเรือนและทรัพย์สิน หนีตายไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เลบานอน จอร์แดน ซีเรีย

 

  2215
  0
  0
امتیاز شما به این مطلب ؟

latest article

    ฟาฎิมะฮ์มิไช่หรือ?
    รอมฎอนในคำสอนของอะฮ์ลุลบัยต์(อ.) ...
    การรอคอยอิมามแห่งการปฏิวัติโลก
    บันทึกประวัติ “ปาเลสไตน์” ตอนที่ ๑
    วันที่ฉันสวมฮิญาบ
    ลัยละตุลก็อดรฺ ...
    ...
    ปรัชญาแห่งอุปสรรคในชีวิต
    ...
    มารู้จักอิมามมะฮฺดีย์

 
user comment