ไทยแลนด์
Thursday 27th of January 2022
4047
0
نفر 0

ที่พำนักนิรันดร์ สวรรค์และนรก

ที่พำนักนิรันดร์ สวรรค์และนรก

สารัตถะที่แท้จริงของสวรรค์และนรกจะเป็นอย่างไร ? หนึ่งในโลกทัศน์และหลักศรัทธาของอิสลาม รวมทั้งศาสนาใหญ่ๆ ที่มาจากพระผู้เป็นเจ้าได้แก่ “ความศรัทธาในปรโลก” ซึ่งโลกทัศน์ดังกล่าวมีผลอย่างยิ่งในการกำหนดพฤติกรรมของมนุษย์
กระบวนการในการวิพากษ์และพิสูจน์ถึงความจำเป็นในการมีอยู่ของปรโลกจะสิ้นสุด ลงที่ประเด็นสองประเด็น: “สวรรค์” และ “นรก” สวรรค์คือศูนย์กลางความโปรดปรานอันหลากหลายของพระผู้เป็นเจ้า ทั้งที่เป็นรูปธรรมและนามธรรม ส่วนนรกคือศูนย์กลางของความทุกข์ทรมาน การลงโทษ และการถูกกีดกันจากทุกสิ่ง

สารัตถะที่แท้จริงของสวรรค์และนรกจะเป็นอย่างไร ? ตั้งอยู่ที่ใด ? และขณะนี้อุบัติขึ้นแล้วหรือยัง ? เป็นประเด็นที่มีการแสดงทัศนะและความคิดเห็นไว้อย่างมากมาย แต่สิ่งที่เราจะต้องตระหนักไว้ในเรื่องนี้ก็คือ ไม่ว่าเราจะจินตนาการสวรรค์และนรกไว้อย่างไรก็ตาม ย่อมถูกจำกัดอยู่บนบรรทัดฐานและความคิดรวบยอดที่เราได้มาจากโลกของวัตถุ ซึงย่อมจะมิใช่ภาพลักษณ์ที่สมบูรณ์ของสวรรค์และนรกอย่างแน่นอน แต่ถึงกระนั้นก็ตาม การศึกษาโองการกุรอานและวจนะของท่านศาสดา (ศ) และบรรดาผู้บริสุทธิ์จากครอบครัวของท่าน (อ) ก็สามารถก่อให้เกิดจินตภาพคร่าวๆ ได้ จินตภาพที่มีมิติของการขัดเกลาจิตใจมนุษย์ได้อย่างดีเยี่ยม เพราะมันจะดึงดูดและเรียกร้องมนุษย์ไปสู่การซักฟอกจิตใจ, ชำระความศรัทธาและพฤติกรรมให้ผ่องแผ้ว, พูดดี และทำดี เพื่อที่จะได้ไปถึงซึ่งสวนสวรรค์ อีกทั้งจะเรียกร้องมนุษย์ให้ละทิ้งทุกปัจจัยที่จะนำเขาไปสู่ขุมนรก

ดังนั้น ในบทความชิ้นนี้ เราขอนำท่านผู้อ่านมาร่วมสดับฟังการพรรณนาถึงสวรรค์และนรกจากลิ้นของกุรอาน เอง เพื่อการมีจินตภาพที่ถูกต้องเกี่ยวกับสถานพำนักอันถาวรทั้งสองรูปแบบของ มนุษย์

ความโปรดปรานและรางวัลตอบแทนในสวนสวรรค์
ในทัศนะของกุรอาน มนุษย์จะฟื้นคืนชีพในปรโลกทั้งร่างกายและวิญญาณ จึงเป็นธรรมดาอยู่เองที่จะต้องดื่มด่ำกับรางวัลตอบแทนและความโปรดปรานของพระ ผู้อภิบาลทั้งในด้านวัตถุและจิตวิญญาณ แต่ในที่นี้เราจะขอกล่าวถึงเฉพาะความโปรดปรานที่เป็นวัตถุในสวนสวรรค์เท่า นั้น อาทิเช่น อาหารสวรรค์ เครื่องดื่มอันบริสุทธิ์ ความงดงามของสวรรค์ และสตรีแห่งสวนสวรรค์ เป็นต้น

อาหารสวรรค์
อาหารสำหรับชาวสวรรค์แบ่งออกเป็นสองประเภทใหญ่ๆ : ผลไม้และเครื่องบริโภคอื่นๆ

จากประมวลโองการกุรอาน อาหารส่วนใหญ่ของชาวสวรรค์ได้แก่ผลไม้หลากหลายชนิด ดังที่กุรอานกล่าวว่า: “و فاکهة ممّا یشتهون – และผลไม้หลากหลายชนิดที่พวกเขาปรารถนา” 1 ท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ) ก็ได้กล่าวไว้ในเรื่องนี้เช่นกันว่า “ในสวรรค์มีผลไม้หลากหลายชนิดและชาวสวรรค์จะเอนกายรับประทานผลไม้แต่ละชนิด ที่ตนเองต้องการ” 2 ซึ่ง ทับทิม แอปเปิ้ล องุ่น และอินทผลัม คือผลไม้สวรรค์ส่วนหนึ่งที่ได้รับการกล่าวถึงไว้ในหะดีษ3

นอกจากนั้น เมล็ดธัญพืชและผักก็ถูกจัดเตรียมไว้เป็นอาหารสำหรับชาวสวรรค์ด้วยเช่นกัน ดังที่กุรอานกล่าวว่า: “و الحبّ ذو العصف و الرّیحان - และเมล็ดธัญพืชที่มีก้านและใบแห้ง และผักที่มีกลิ่นหอม (จะถูกเตรียมไว้ให้ชาวสวรรค์)” 4

ส่วนเครื่องบริโภคอื่นๆ นอกจากผลไม้ กุรอานได้กล่าวถึงแหล่งของสารอาหารที่สำคัญอีกประเภทหนึ่งซึ่งได้แก่เนื้อสัตว์โดยทั่วไปว่า “و امددناهم بفاکهة و لحم ممّا یشتهون – และเราจะหยิบยื่นให้แก่พวกเขาซึ่งผลไม้และเนื้อทุกชนิดตามที่พวกเขาต้องการ” 5 และได้กล่าวถึงเนื้อนกเป็นการเฉพาะว่า “و لحم طیر ممّا یشتهون – และเนื้อนกที่พวกเขาอยาก” 6

เครื่องดื่มสวรรค์
เครื่องดื่มเป็นปัจจัยสำคัญหนึ่งสำหรับการมีสุขภาพกายและใจที่สมบูรณ์ การไม่มีหรือการขาดแคลนหรือความไม่สะอาดบริสุทธิ์ของเครื่องดื่ม จะทำให้ชีวิตมนุษย์ประสบกับความยุ่งยาก ความป่วยไข้ หรือแม้กระทั่งความตาย

ในสวรรค์ พระผู้อภิบาลผู้ทรงเมตตาจะทรงรับรองปวงบ่าวผู้ศรัทธาและกัลยาณชนของพระองค์ ด้วยเครื่องดื่มหลากหลายชนิดที่ล้วนแต่ให้ความเอร็ดอร่อย น่าประทับใจ เป็นประโยชน์ และสะอาดบริสุทธิ์
จากประมวลโองการกุรอาน เครื่องดื่มสวรรค์มีหลากหลายชนิด บ้างไหลอยู่ในลำธาร ซึ่งได้แก่ลำธารน้ำใสสะอาดและบริสุทธิ์เพื่อดับกระหาย ลำธารน้ำที่ไม่มีวันเน่าเสียไปตามกาลเวลา, ลำธารน้ำนมสำหรับเป็นเครื่องบริโภค ซึ่งสดและมีรสหวานอยู่เสมอ, ลำธารน้ำจัณฑ์อันบริสุทธิ์ที่ให้ความเพลิดเพลินและความเบิกบานใจ ทั้งยังชำระร่างกายและจิตใจให้บริสุทธิ์จากมลทินทั้งมวล, และลำธารน้ำผึ้ง7 ที่ปราศจากสิ่งเจือปนเพื่อให้พลังงาน 8 เครื่องดื่มบางชนิดบรรจุอยู่ในภาชนะที่มีฝาปิดและถูกผนึกไว้อย่างมิดชิด ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสะอาดบริสุทธิ์อย่างที่สุดของมัน 9 และเครื่องดื่มอีกบางชนิดได้แก่ตาน้ำที่ไหลลงมาจากสวรรค์หรือเบื้องสูง ทำให้มนุษย์จดจ่ออยู่แต่เฉพาะอัลลอฮฺ และนำจิตวิญญาณของมนุษย์ทะยานขึ้นสู่ฐานันดรอันสูงส่งแห่งการใกล้ชิดพระองค์ 10

ความวิจิตรและทัศนียภาพอันงดงามของสวนสวรรค์
ตามคำสัญญาที่ไม่มีบิดพริ้วของอัลลอฮฺในกุรอานนั้น สวรรค์คือสถานที่ของความสวยสดงดงามที่นำมาซึ่งความเพลิดเพลินใจ สบายตา ให้ความสงบ ปราศจากความวุ่นวาย ทำให้ร่าเริงและปิติยินดี และเป็นอมตะ
ความงดงามเหล่านี้มีหลายขั้นตอนและหลายรูปแบบ อาทิเช่น ความงดงามของทัศนียภาพทางธรรมชาติ ซึ่งพระผู้อภิบาลได้ทรงกำหนดให้เป็นรางวัลแก่ผู้กระทำดี, ผู้มีหิริโอตะปะ, ผู้ผ่องแผ้ว, ผู้อดทน และกัลยาณชน ดังที่กุรอานกล่าวว่า: “บรรดาผู้ยำเกรงจะพำนักอยู่ในสถานอันสงบปลอดภัย ท่ามกลางสวนและแหล่งน้ำหลากหลาย” 11 และในอีกที่หนึ่งกุรอานได้พรรณนาถึงฉากต่างๆ อันสุนทรีย์ของสวรรค์ไว้ว่า “ผู้ทรง คุณธรรมจะอยู่ในความโปรดปรานอันหลากหลาย นั่งเอนกายอยู่บนแท่นอันสวยงาม และมองดู (ความวิจิตรของสวรรค์) และเจ้าจะเห็นความสดชื่นแห่งความโปรดปรานบนใบหน้าของพวกเขา ... วันนี้บรรดาผู้ศรัทธาจะหัวเราะพวกปฏิเสธ ในขณะที่พวกเขานั่งอยู่บนแท่นที่ประดับประดาอย่างวิจิตร พลางมองดู (ทัศนียภาพอันงดงามของสวรรค์)” 12 บางครั้ง ชาวสวรรค์ปรารถนาที่จะเห็นทัศนียภาพอันงดงามของสวรรค์ให้ดีขึ้นและมากยิ่งขึ้น ซึ่งกุรอานได้กล่าวไว้ในเรื่องนี้ว่า “ในนั้นมีแท่นยกไว้สูง” 13 เพื่อให้ชาวสวรรค์นั่งชมความสวยงามของสวรรค์และเพลิดเพลินกับมันได้มากยิ่งขึ้น

สตรีและคู่ครองชาวสวรรค์
ปัจจัยที่สำคัญที่สุดประการหนึ่งที่ก่อให้เกิดความสงบของจิตใจ การมีความคิดที่ไม่ฟุ้งซ่าน และความแจ่มใสร่าเริงในชีวิตในโลกนี้ ได้แก่การมีคู่ครองที่เหมาะสมและมีความสมบูรณ์ในทุกๆ ด้าน ในปรโลกก็เช่นกัน หลังจากที่กุรอานได้สาธยายความโปรดปรานต่างๆ ในสวรรค์ไว้ในหลายโองการ กุรอานก็ได้ให้ความสำคัญต่อเรื่องนี้ด้วยสำนวนที่น่าสนใจเพื่อพรรณนาถึง คุณลักษณะพิเศษของสตรีและคู่ครองในสวรรค์ไว้ดังนี้:

๑) คู่ครองและสตรีชาวสวรรค์อยู่ในวัยสาว มีความร่าเริงอยู่ตลอด และรักใคร่คู่ครอง “เราได้สร้างพวกนางเป็นกำเนิดใหม่ แล้วทำให้พวกนางทั้งหมดเป็นสาวพรหมจรรย์ เป็นสตรีที่มีความรักคู่ครองของตนเท่านั้น อายุเท่าๆ กัน (และคล้ายกันในความดีและความงดงามทั้งภายนอกและภายใน)” 14
๒) มีความผ่องแผ้วและบริสุทธิ์จากมลทินและความน่ารังเกียจทุกรูปแบบ “และพวกเขาจะมีคู่ครองที่ผ่องแผ้ว” 15 และเป็นสาวพรหมจรรย์ “ในสวนสวรรค์ มีเหล่าสตรีที่ไม่รักผู้ใดนอกจากคู่ครองของตนเท่านั้น ซึ่งไม่มีมนุษย์และญินสัมผัสพวกนางมาก่อนพวกเขา (ชาวสวรรค์) เลย” 16
๓) มีดวงตาดำโต “และเราจะให้พวกเขาครองคู่กับหญิงสาวบริสุทธิ์ดวงตาโตงาม” 17 มีเรือนร่างและผิวพรรณดั่งการผสมผสานกันระหว่างสีแดงของทับทิมและสีขาวนวลของปะการัง “ประหนึ่งว่าพวกนางเป็นทับทิมและปะการัง” 18 และมีผิวพรรณนวลผ่อง สะอาดสะอ้านและน่าดึงดูดใจดั่งไขมุก “ประหนึ่งไข่มุกที่ซ่อนไว้อยู่ (ในหอยมุข)”กุรอาบบทอัลวากิอะฮฺ โองการที่ ๒๓
๔) ประดับประดาด้วยทุกๆ ความสวยงามทั้งทางสรีระและจิตใจ “ใน (สวนสวรรค์) นั้นมีกัลยาณี (ผู้มีจิตใจงดงาม) และโสภีสะคราญ (ผู้มีความสวยงามเป็นเลิศ)” 19
อนึ่ง ความโปรดปรานและรางวัลตอบแทนในสวนสวรรค์ที่กล่าวมาพอสังเขปข้างต้นนี้ เป็นเพียงนัยที่บ่งชี้ถึงสิ่งที่เป็นนามธรรมและรูปธรรมอันสูงส่งของปรโลก ซึ่งรายละเอียดและสารัตถะที่แท้จริงของสิ่งเหล่านี้อยู่เหนือวิสัยที่ปัญญา ของมนุษย์จะรับรู้ได้

นรก
การศึกษาชื่อและคุณลักษณะต่างๆ ของนรกที่ระบุอยู่ในโองการกุรอานนั้น จะทำให้เราสามารถเข้าใจได้ว่านรกคืออะไร กุรอานได้กล่าวแนะนำนรกไว้ว่า:

“ในไม่ช้า ฉันจะเอาเขาเข้าไปในสะก็อร และเจ้ารู้ไหมว่าสะก็อรคืออะไร มัน (คือไฟที่เผาหมด) ไม่เหลือสิ่งใดไว้ และมันไม่ปล่อยสิ่งใดไป มันเปลี่ยนผิวหนังจนไม่เหลือดี” 20
“จงเกรงกลัวไฟซึ่งเชื้อเพลิงของมันเป็นคน (ชั่ว) และหิน ถูกตรียมไว้สำหรับพวกปฏิเสธ” 21
“หาใช่เช่นนั้นไม่ เขาจะถูกโยนลงไปในหุฏ่อมะฮฺ และเจ้ารู้ไหมว่าหุฏ่อมะฮฺคืออะไร มันคือไฟของอัลลอฮฺที่แตกเป็นพะเนียง ซึ่งลุกท่วมออกมาจากหัวใจ” 22
“และส่วนผู้ที่ตราชูของเขาเบา ที่พำนักของเขาคือฮาวียะฮฺ และเจ้ารู้ไหมว่าฮาวียะฮฺคืออะไร มันคือไฟที่แสนร้อนระอุและเผาไหม้” 23
“หาใช่เช่นนั้นไม่ (แต่) มันคือเปลวไฟที่ลุกโชน ซึ่งเลาะแขนขาและผิวหนังออก มันจะร้องเรียกผู้หันหลัง (ให้กับพระบัญชาของอัลลอฮฺ)” 24

จากกลุ่มโองการเหล่านี้และโองการอื่นๆ ที่กล่าวถึงชื่อและคุณลักษณะของนรก 25 เราสามารถกล่าวถึงภาพองค์รวมของนรกได้ว่า นรกคือศูนย์กลางอันน่าสะพรึงกลัวของการลงโทษ มีไฟลุกท่วม มีทางเข้าและชั้นมากมาย แต่ไฟของมันมิใช่ไฟธรรมดาเหมือนอย่างในโลกนี้ แต่เป็นไฟที่มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้:

๑) เชื้อเพลิงของมันคือหินและมนุษย์
๒) ไฟที่ประกายแรกของมันปรากฏขึ้นภายในวิญญาณและเผาไหม้วิญญาณได้
๓) ไฟที่มีแต่การทำลายล้าง
๔) ไฟที่มีการรับรู้ซึ่งจะร้องเรียกคนบาปให้เข้ามาหามัน
๕) เมื่อไฟนรกแลเห็นคนชั่ว มันจะคำรามอย่างน่ากลัวด้วยความโกรธ และหายใจเสียงดังไปทั่ว 26
๖) ไฟที่กำลังห้อมล้อมคนชั่วอยู่ในขณะนี้ แม้ประสาทสัมผัสของมนุษย์จะไม่สามารถรับรู้มันได้ก็ตาม 27
อนึ่ง การลงโทษของพระผู้อภิบาลทั้งในโลกนี้และในปรโลก แท้ที่จริงแล้วมันคือผลกรรมของการกระทำของตัวมนุษย์เอง และการลงโทษในนรกก็คือรูปจำแลงของกรรมชั่วของเขานั่นเอง ดังนั้น ในหลายโองการเราจึงได้เห็นสำนวนที่ว่า “การตอบแทนที่พวกเจ้าจะได้รับก็คือการกระทำของพวกเจ้านั่นเอง” 28 แต่การอ้างอิงถึงพระผู้เป็นเจ้าและเรียกมันว่า “การลงโทษของอัลลอฮฺ” เนื่องจากพระองค์ทรงเป็นองค์ปฐมเหตุของมูลเหตุทั้งมวล ดังนั้น จึงเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องที่จะวิพากษ์วิจารณ์สิ่งที่เป็นผลพวงโดยตรงของอีก สิ่งหนึ่ง ดังที่มักจะกล่าวกันว่า เมื่อพระเจ้ามิใช้ผู้ทรงผูกใจเจ็บและชอบแก้แค้นผู้ที่ปฏิเสธพระองค์ แล้วนรกจะมีความจำเป็นอย่างไร ?

นอกจากนั้น ข้อกฎหมายต่างๆ ที่ถูกบัญญัติขึ้นมาเพื่อจัดระเบียบทุกๆ สังคมมนุษย์นั้น จำเป็นที่จะต้องกำหนดบทลงโทษผู้ฝ่าฝืนข้อกฎหมายเหล่านั้นในฐานะหลักประกันใน การบังคับใช้กฎหมาย (Law Enforcement) ควบคู่ไปด้วยเพื่อให้กฎหมายมีความศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้น จะเป็นไปได้อย่างไรที่ประมวลกฎหมายและบทบัญญัติของพระผู้เป็นเจ้าจะปราศจาก หลักประกันดังกล่าว เพราะมิเช่นนั้นแล้ว บทบัญญัติของพระองค์จะหมดคุณค่า ผู้ฝ่าฝืนจะไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องปฏิบัติตาม และเป้าหมายในการตราข้อบัญญัติของพระองค์ก็จะไม่สัมฤทธิ์ผลในที่สุด

บทสรุป
โลกนี้คือเรือกสวนไร่นา ส่วนปรโลกคือฤดูและช่วงเวลาของการเก็บเกี่ยวพืชผล หากมนุษย์หว่านเมล็ดพันธุ์ดอกไม้ไว้ ผลที่เขาจะได้รับก็คือช่อดอกไม้ที่สวยสดงดงามและหอมฟุ้ง แต่หากเขาหว่านเมล็ดพันธุ์ไม้หนาม ผลผลิตที่เขาจะเก็บเกี่ยวก็จะเป็นสิ่งอื่นใดไปเสียมิได้ นอกจากไม้หนามเท่านั้น




เชิงอรรถ
1. กุรอานบทอัลมุรสะลาต โองการที่ ๔๒
2. บิหารุลอันวาร เล่ม ๘ หน้า ๑๖๐
3. โปรดดู บิหารุลอันวาร เล่ม ๘ หน้า ๑๓๐
4. กุรอานบทอัรเราะหฺมาน โองการที่ ๑๒
5. กุรอานบทอัฏฏูร โองการที่ ๒๒
6. กุรอานบทอัลวากิอะฮฺ โองการที่ ๒๑
7. อนึ่ง การที่กุรอานถือว่าน้ำผึ้งเป็นเครื่องดื่มประเภทหนึ่ง ดังที่ปรากฏอยู่ในโองการที่ ๖๙ บทอันนะหฺล์ว่า “มีเครื่องดื่มหลากสีออกมาจากท้องของมัน” อาจเนื่องจากเหตุผลที่ว่า หากนำน้ำผึ้งมาบริโภคในรูปของเครื่องดื่ม จะมีรสชาติดีกว่า และให้ประโยชน์และพลังงานได้มากกว่า (โปรดดู อายะตุลลอฮฺ มะการิม ชีรอซี, พะยอเม่ โกรออน – สารธรรมกุรอาน, เล่ม ๖ หน้า ๒๔๕)
8. ดังปรากฏในโองการที่ ๑๕ บทมุฮัมมัดว่า “อุปมา ของสวนสวรรค์ซึ่งได้ถูกสัญญาไว้แก่ผู้ยำเกรงคือ ในนั้นมีลำธารน้ำหลายสาย ซึ่งกลิ่นของมันไม่มีวันผันแปร และลำธารน้ำนมหลายสายซึ่งรสของมันมิเปลี่ยนแปลง และลำธารน้ำจัณฑ์หลายสายเป็นที่โอชาแก่ผู้ดื่ม และลำธารน้ำผึ้งอันกรองบริสุทธิ์แล้วหลายสาย”
9. ดังที่กุรอานกล่าวว่า “พวกเขาจะถูกให้ดื่มน้ำจัณฑ์อันบริสุทธิ์ซึ่งถูกผนึกไว้ การผนึกของมันนั้นด้วยชะมดเชียง...” (กุรอานบทอัลมุฏ็อฟฟิฟีน โองการที่ ๒๕-๒๖)
10. ดังที่กุรอานกล่าวว่า “น้ำจัณฑ์ (อันบริสุทธิ์) นี้ผสมกับตัสนีม ซึ่งได้แก่ตาน้ำที่บรรดาผู้ใกล้ชิดอัลลอฮฺจะได้ดื่มมัน” (กุรอาบบทอัลมุฏ็อฟฟิฟีน โองการที่ ๒๗-๒๘)
11. กุรอานบทอัดดุคอน โองการที่ ๕๑-๕๒; นอกจากนี้ความงดงามและสุนทรียภาพของสวรรค์ยังได้ถูกกล่าวถึงไว้ในกุรอานบท อัรเราะอฺด์ โองการที่ ๓๕, บทอัลมุรสะลาต โองการที่ ๔๑-๔๒, บทอัลอินซาน โองการที่ ๑๒-๑๔, และบทอัลวากิอะฮฺ โองการที่ ๒๗-๓๓
12. กุรอานบทอัลมุฏ็อฟฟิฟีน โองการที่ ๒๒-๒๔ และ ๓๔-๓๕
13. กุรอานบทอัลฆอชิยะฮฺ โองการที่ ๑๓
14. กุรอานบทอัลวากิอะฮฺ โองการที่ ๓๕-๓๗
15. กุรอาบบทอัลบาก่อเราะฮฺ โองการที่ ๒๕
16. กุรอานบทอัรเราะหฺมาน โองการที่ ๕๖
17. กุรอานบทอัดดุคอน โองการที่ ๕๔
18. กุรอานบทอัรเราะหฺมาน โองการที่ ๕๘
19. กุรอานบทอัรเราะหฺมาน โองการที่ ๗๐
20. กุรอานบทอัลมุดดัษษิร โองการที่ ๒๖-๒๙
21. กุรอานบทอัลบาก่อเราะฮฺ โองการที่ ๒๔
22. กุรอานบทอัลฮุมะซะฮฺ โองการที่ ๔-๗
23. กุรอานบทอัลกอริอะฮฺ โองการที่ ๘-๑๑
24. กุรอานบทอัลมะอาริจญ์ โองการที่ ๑๕-๑๗
25. โปรดดู กุรอานบทอัลหิจญ์รฺ โองการที่ ๔๓-๔๔, บทอัชชูรอ โองการที่ ๗ และ บทอันนาซิอาต โองการที่ ๓๗-๓๙
26. ดังที่กุรอานกล่าวว่า “เมื่อไฟนรกเห็นพวกเขาแต่ไกล พวกเขาจะได้ยินเสียงอันน่าสะพรึงกลัวของมันพร้อมกับเสียงหายใจแรง” (บทอัลฟุรกอน โองการที่ ๑๒)
27. “แท้จริง นรกกำลังห้อมล้อมพวกปฏิเสธอยู่” (กุรอานบทอัตเตาบะฮฺ โองการที่ ๔๙)
28. โปรดดู กุรอานบทอันนัมล์ โองการที่ ๙๐ และ บทอัตตะหฺรีม โองการที่ ๗




บทความโดย
Saleh



ขอขอบคุณเว็บไซต์อิสลามิคโฮมเพจ

4047
0
0% (نفر 0)
 
نظر شما در مورد این مطلب ؟
 
امتیاز شما به این مطلب ؟
اشتراک گذاری در شبکه های اجتماعی:

latest article

...
...
โองการวิลายัต ...
...
ความประเสริฐของ ...
นัศรุลลอฮ์ : ...
...
...
ความหมายของตักวาในอัลกุรอาน
...

 
user comment