ไทยแลนด์
Friday 27th of November 2020
  99
  0
  0

เงื่อนไขของผู้ที่จะทำการกำชับในเรื่องของความดี และยับยั้งในเรื่องของความชั่ว

งื่อนไขของผู้ที่จะทำการกำชับในเรื่องของความดี และยับยั้งในเรื่องของความชั่ว

 

ท่านศาสดา (ศ) กล่าวว่า “ผู้ใดก็ตามที่จะทำการอัมรฺ บิน มะอฺรูฟ เขาผู้นั้นจะต้องกระทำมันด้วยวิธีที่ดีงาม”


ท่านศาสดา(ศ) ได้ตอบคำถาม แก่ผู้ที่ถามว่า “เราจะทำการกำชับและยับยั้งในสิ่งที่เฉพาะตัวเราเองได้ให้ความสำคัญต่อมัน โดยสมบูรณ์เท่านั้น ท่านศาสดา (ศ)ได้กล่าวตอบว่า มิได้ ทว่า พวกท่านจะต้องส่งเสริมความดีงามทั้งหลาย แม้ว่าพวกท่านจะไม่สามารถปฏิบัติมันได้ทั้งหมด และจากการงานที่น่ารังเกียจก็เช่นกัน พวกท่านจะต้องยับยั้งมัน แม้ว่าพวกท่านจะยังไม่สามารถยับยั้งมันทั้งหมดก็ตาม”


อิมามอาลี (อ) กล่าวว่า การสาปแช่งของอัลลอฮ จงประสบแก่ผู้สั่งให้ผู้อื่นทำความดี แต่ตัวของเขาเองกลับเพิกเฉย และผู้ที่สั่งให้ผู้อื่นละเว้นความชั่ว แต่ตัวของเขากลับกระทำมัน”
อิมามอาลี(อ) กล่าวว่า จงยับยั้งต่อความชั่ว และตัวของท่านเองก็จงยืนหยัดอยู่บนสิ่งนั้น เพราะพวกเจ้าได้รับคำสั่งมาว่า เบื้องต้นพวกท่านจะต้องยืนหยัดกับการออกห่างจากสิ่งน่ารังเกียจ


อิมามศอดิก(อ) กล่าวว่า “บุคคลที่จะต้องทำการกำชับในเรื่องของความดี และยับยั้งในเรื่องของความชั่ว คือ ผู้ที่มีลักษณะสามประการดังนี้ หนึ่ง ทำในสิ่งที่สั่งสอนผู้อื่นและละทิ้งในสิ่งที่ห้ามผู้อื่น สอง เขาเป็นผู้ให้ความสำคัญกับความยุติธรรม ในการกำชับ และการยับยั้ง สาม เขาได้ใช้หนทางที่นุ่มนวลในการห้ามปราม และการส่งเสริมของเขา
อันตรายจากการละทิ้งการกำชับในเรื่องของความดี และยับยั้งในเรื่องของความชั่ว


ท่านศาสดา (ศ) กล่าวว่า ” จงทำการกำชับในเรื่องของความดี และ ยับยั้งในเรื่องของความชั่ว มิเช่นชั้น พวกท่านทุกคนจะต้องรับการการลงโทษของพระผู้เป็นเจ้า”


อิมามอาลี(อ) ได้กล่าวสั่งเสียแก่ฮะซะนัยน์ (อ) ภายหลังจากที่ท่านถูกฟันศรีษะโดยอิบนุมุลญิมว่า “จงอย่าได้ละทิ้ง การกำชับในเรื่องของความดี และการยับยั้งในเรื่องของความชั่ว เพราะหากไม่ปฏิบัติแล้ว ความชั่วทั้งมวลจะกุมบังเหียนกิจการต่างของพวกเจ้า และเมื่อเจ้าทำการวิงวอนขอดุอา มันจะไม่ถูกตอบรับ


อิมามบากิร(อ) กล่าวว่า ผู้ใดก็ตามที่พึงพอใจต่อการกระทำของคนกลุ่มหนึ่ง เช่น บุคคลที่อยู่กับพวกเขา ที่ได้กระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง และผู้ใดก็ตามที่ปฏิบัติในสิ่งที่เป็นโมฆะ เท่ากับเขาได้ทำบาปสองประการ คือ การกระทำบาปนั้น และการพอใจต่อบาปนั้น”


อิมามญะวาด(อ) กล่าวว่า ” ผู้ใดก็ตามที่เป็นพยานของการงานหนึ่ง โดยเขาไม่พอใจต่อการงานนั้น เปรียบดั่งผู้ที่ไม่ได้เป็นพยานต่อการงานนั้น และผู้ใดที่ไม่ได้เป็นพยานต่อการงานหนึ่ง แต่เขาพึงพอใจต่อการงานนั้น เปรียบดั่งผู้ที่เป็นพยานต่อการงานนั้น


ระดับที่ต่ำที่สุดของการกำชับในเรื่องของความดี และยับยั้งในเรื่องของความชั่ว


ท่านศาสดา(ศ) กล่าวว่า ผู้ใดก็ตามในหมู่พวกท่าน ได้พบเห็น ความชั่ว เขาจะต้องเปลี่ยนแปลงมันด้วยมือของเขา และหากไม่สามารถทำได้ ก็จงเปลี่ยนแปลงมันด้วยลิ้นของเขา และหากไม่สามารถทำได้อีก ก็จงให้หัวใจของเขา ปฏิเสธต่อสิ่งนั้น ทว่านั่นคือระดับของอีม่านที่อ่อนแอที่สุด”


ท่านศาสดา(ศ) กล่าวว่า ” พึงสังวรเถิด จงอย่าให้ การหวั่นเกรงต่อผู้คนเป็นตัวยับยั้งไม่ให้บุคคลหนึ่งในพวกท่านที่เห็น สัจธรรม แต่กลับไม่พูด (ซึ่งการพูดสัจธรรม) ไม่ได้ทำให้ อะญัลเร็วขึ้น และไม่ได้ทำให้ ห่างไกลจากริซกีย์แต่อย่างใดเลย”


อิมามอาลี(อ) กล่าวว่า


ผู้ใดก็ตามที่ไม่ได้ต่อต้านความชั่วด้วยหัวใจ ด้วยมือ หรือ ด้วยลิ้นของเขา เท่ากับเขาคือคนตายในหมู่คนเป็น”


อิมามศอดิก(อ) กล่าวว่า สำหรับศักดิ์ศรีของผู้ศรัทธานั้น เป็นสิ่งเพียงพอ เมื่อเขาเห็นความชั่ว แล้วพระองค์อัลลอฮ์ ทรงรับรู้ว่า หัวใจของเขาเป็นปฏิปักษ์ต่อสิ่งนั้น


ขอขอบคุณเว็บไซต์ theleader.co

  99
  0
  0
امتیاز شما به این مطلب ؟

latest article

เคล็ดลับอายุยืน(2)
อิมามมะฮฺดี (อ.)ในช่วงเร้นกาย
ความสมบูรณ์ของศาสนาอิสลาม
...
“ฟาฏิมะฮ์ อัซซะฮ์รอ” สตรีผู้เป็น ...
เรื่องเล่าในกุรอาน ตอนที่ 1
...
ศาสนา กับ สติปัญญา
...
ระทมเอ๋ย..เชลยศักดิ์

latest article

เคล็ดลับอายุยืน(2)
อิมามมะฮฺดี (อ.)ในช่วงเร้นกาย
ความสมบูรณ์ของศาสนาอิสลาม
...
“ฟาฏิมะฮ์ อัซซะฮ์รอ” สตรีผู้เป็น ...
เรื่องเล่าในกุรอาน ตอนที่ 1
...
ศาสนา กับ สติปัญญา
...
ระทมเอ๋ย..เชลยศักดิ์

 
user comment