ไทยแลนด์
Sunday 12th of July 2020
  1928
  0
  0

การไว้อาลัยต่อผู้ตายและชะฮีดจากอะฮ์ลิซซุนนะฮ์ (ตอนที่ 2)

การไว้อาลัยต่อผู้ตายและชะฮีดจากอะฮ์ลิซซุนนะฮ์ (ตอนที่ 2)

5. อุวัยส์ อัล-ก๊อรนี ซอฮาบะฮ์ผู้หนึ่งของท่านศาสดา(ศ.) ที่ได้รับการยกย่องจากผู้รู้ทั้งฝ่ายซุนนีและชีอะฮ์ เป็นผู้ที่มีความรักอย่างสุดซึ้งต่อท่านศาสดา(ศ.) เมื่อเขาได้ข่าวขณะที่อยู่ในเยเมนว่า ท่านศาสดา(ศ.) ฟันหักไปสองซี่จากสงครามอุฮุด เขาก็ถอนฟันของตัวเองออกทั้งหมด เมื่อท่านศาสดา(ศ.) ได้รับรู้ข่าวในมะดีนะฮ์ว่าอุวัยส์ได้ถอนฟันจนหมดปาก ท่าน(ศ.) อุทานว่า “แท้จริง อุวัยส์เป็นเพื่อนที่จงรักภักดีของเรา” (ซีเราะตี ฮัลบียา เล่ม 2 หน้า 295)

 
เชคฟาริด อัล ดีน อัตตารฺ นักวิชาการผู้มีชื่อเสียงของซุนนี่ ได้เขียนในหนังสือ “ดัษคิเราะตุล เอาลิยา” ฉบับแปลเป็นภาษาอุรดู หน้า 17-18 ว่า

 
“อุวัยส์ ก๊อรฺนี(ร.ฎ.) ได้กล่าวแก่อุมัร บิน ค๊อฎฎอบ(ร.ฎ.)  ‘ถ้าท่านเป็นมิตรแท้ ทำไมในวันที่ฟันของท่านศาสดา(ศ.) หักไป ท่านจึงไม่หักฟันของท่านเพื่อเป็นเพื่อนด้วยเล่า? เพราะมันเป็นเงื่อนไขของการเป็นเพื่อนกัน’ หลังจากนั้นเขาได้เผยให้เห็นฝันของเขาที่ถูกถอนไปทั้งหมด และกล่าวว่า ‘ฉันได้หักฟันทั้งหมดของฉันโดยที่ไม่ได้เห็นท่าน(โอ้ศาสดา) และในฐานะเร้นกายในการเป็นสหายของท่าน ฉันได้ถอนฟันไปหนึ่งซี่ แต่ยังไม่พอใจ ฉันจึงถอนออกไปทีลี่ จนกระทั่งฉันได้ถอนมันไปทั้งหมด”

 
ถ้าหากการถอนฟันของอุวัยส์ ก๊อรนี เป็นสิ่งที่ขัดแย้งกับหลักการศาสนา อุมัรจะต้องกล่าวถึงมันในขณะนั้น หรืออย่างน้อยก็ต้องกล่าวบางอย่างเพื่อตอบข้อกล่าวหาของอุวัยส์ ก๊อรนี ที่ว่าความเป็นเพื่อนของเขายังไม่สมบูรณ์ การนิ่งเงียบของอุมัรแสดงให้เห็นว่าเขาไม่ได้มองว่าการหักฟันของตัวเองที่อุวัยส์ ก๊อรนีทำจะเป็นการขัดแย้งกับหลักการศาสนา แต่ถือว่ามันเป็นการกระทำด้วยความจริงใจและยังพิสูจน์ถึงการเป็นมิตรแท้ด้วย

 
และอีกประการหนึ่ง แม้แต่ท่านศาสดา(ศ.) เอง ก็ไม่ได้ประณามการกระทำนี้ แต่ยังมีความสุขกับการทำร้ายตัวเองนี้และกล่าวว่า “แท้จริง อุวัยส์เป็นเพื่อนที่จงรักภักดีของเรา” ดังนั้น เรื่องนี้จึงเป็นข้อพิสูจน์ว่าการทำร้ายตัวเองด้วยความรักต่อท่านศาสดา(ศ.) เป็นสัญลักษณ์ของความรักอย่างสุดซึ้ง ที่ไม่ใช่สิ่งต้องห้าม

 
 
ท่านศาสดา(ศ.) ร่ำไห้ต่อการเสียชีวิตของอิบรอฮีม บุตรชายของท่าน

 
รายงานโดย อานัส บิน มาลิก “เรากับท่านศาสนทูตของอัลลอฮ(ศ.) ไปหาอะบูซาอิฟ ช่างตีเหล็ก และเขาเป็นสามีของแม่นมของอิบรอฮีม(บุตรชายของท่านศาสดา) ท่านศาสนทูตของอัลลอฮ์รับอิบรอฮีมมาอุ้มและจูบเขา และหอมเขา และต่อมาเราเข้าไปในบ้านของอะบูซาอิฟ และในขณะนั้น อิบรอฮีมกำลังจะสิ้นใจ และดวงตาของท่านศาสนทูตของอัลลอฮ์(ศ.) เริ่มชุ่มโชกด้วยน้ำตา อับดุรเราะห์มาน บิน เอาฟ์ กล่าวว่า ‘โอ้ศาสนทูตของอัลลอฮ์ แม้แต่ท่านก็ร่ำไห้’ ท่านกล่าวว่า ‘โอ้ อิบนฺ เอาฟ์ นี่คือความโปรดปราน’ จากนั้นท่านได้ร่ำไห้มากยิ่งขึ้นและกล่าวว่า ‘ดวงตาเปียกชุ่มด้วยน้ำตา และหัวใจเศร้าโศก และเราจะไม่พูดสิ่งใดนอกจากสิ่งที่ทำให้พระผู้อภิบาลของเราพึงพอพระทัย โอ้อิบรอฮีม แท้จริง เราเศร้าเสียใจกับการจากไปของเจ้า” (ศอฮีห์บุคอรี ภาค 2 เล่ม 23 หมายเลข 39)

 
ท่านศาสดา(ศ.) ร่ำไห้ต่อการเสียชีวิตของบุตรชายคนหนึ่งของบุตรสาวคนหนึ่งของท่าน

 
รายงานโดยอุซามะฮ์ “บุตรชายคนหนึ่งของบุตรสาวคนหนึ่งของท่านศาสดากำลังจะเสียชีวิต นางได้ส่งคนมาตามท่านศาสดา ท่านจึงส่ง(ข้อคามไปหานาง) ‘สิ่งใดก็ตามที่อัลลอฮ์เอากลับไป ล้วนเป็นของพระองค์ และสิ่งใดก็ตามที่พระองค์ให้มาก็เป็นของพระองค์ และทุกสิ่งทุกอย่างล้วนมีระยะเวลาที่ถูกจำกัดไว้(ในโลกนี้) ดังนั้นนางจึงควรอดทนและหวังในรางวัลตอบแทนจากอัลลอฮ์’ หลังจากนั้นนางได้ส่งคนมาตามท่านอีก โดยยืนยันว่าท่านต้องมาให้ได้ ท่านศาสนทูตของอัลลอฮ์จึงลุกขึ้น และมุอัษ บินญาบัล, อุบัย บิน กะอับ และอุบาดะฮ์ บิน อัส-ซามิต ก็ลุกขึ้นด้วย เมื่อท่านเข้าไป(ในบ้าน) พวกเขานำเด็กมามอบให้ท่านศาสนทูตของอัลลอฮ์ ขณะที่ลมหายใจของเด็กติดขัดอยู่ในหน้าอก ท่านศาสนทูตของอัลลอฮ์เริ่มร้องไห้ สะอัด บิน อุบาดะฮ์ กล่าวว่า ‘ท่านต้องไห้หรือ?’ ท่านศาสดาตอบว่า ‘อัลลอฮ์ทรงเมตตาต่อบ่าวของพระองค์ผู้ที่มีความเมตตา(ต่อผู้อื่น)เท่านั้น'” (ศอฮีห์บุคอรี ภาค 9 เล่ม 93 หมายเลข 540)

 
ท่านศาสดา(ศ.) ร่ำไห้ต่อการเสียชีวิตของเซด, ญะอ์ฟัร และอับดุลลอฮ์ บินรอวาฮะฮ์

 
รายงานโดย อานัส บิน มาลิก

 
“ท่านศาสดากล่าวว่า ‘เซดเป็นผู้ถือธงและเขาเป็นชะฮีด ต่อมามันถูกรับไปโดยญะอ์ฟัรผู้ซึ่งเป็นชะฮีดด้วยเช่นกัน หลังจากนั้น อับดุลลอฮ์ บินรอวาฮะฮ์ได้รับธงไป แต่เขาก็ถูกทำชะฮีดด้วยเช่นกัน และในขณะนั้นเอง ดวงตาของท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์เต็มไปด้วยน้ำตา หลังจากนั้น คอลิด บิน อัล-วะลีดได้เอาธงไปโดยไม่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นแม่ทัพ และได้รับชัยชนะ” (ศอฮีฮ์บุคอรี ภาค 2 เล่ม 23 หมายเลข 338)

 
ท่านศาสดา(ศ.) ร่ำไห้ต่อการเสียชีวิตของสะอัด บิน อุบาดะฮ์

 
รายงานโดย อับดุลลอฮ์ บิน อุมัร

 
สะอัด บิน อุบาดะฮ์ล้มป่วย และท่านศาสดาพร้อมด้วยอับดุรเราะห์มาน บิน เอาฟ์, สะอัด บิน อะบีวักกอส และอับดุลลอฮ์ บิน มัสอูด ได้ไปเยี่ยมเขาเพื่อถามไถ่เกี่ยวกับสุขภาพของเขา เมื่อท่านเข้าไปหาพบ ก็พบว่าครอบครัวของเขากำลังห้อมล้อมเขาอยู่ ท่านจึงถามว่า ‘เขาตายแล้วหรือ?’ พวกเขากล่าวว่า ‘ยัง โอ้ท่านศาสนทูตของอัลลอฮ์’ ท่านศาสดาร่ำไห้ และเมื่อผู้คนเห็นการร่ำไห้ของท่านศาสนทูตของอัลลอฮ์(ศ.) พวกเขาทั้งหมดก็ร่ำไห้ด้วย ท่านกล่าวว่า ‘พวกท่านจะฟังไหม? อัลลอฮ์ไม่ทรงลงโทษต่อการเสียงน้ำตา หรือต่อความเศร้าโศกในหัวใจ แต่พระองค์จะลงโทษหรือทรงประทานความเมตตาเนื่องจากสิ่งนี้’ ท่านได้ชี้ไปที่ลิ้นของท่าน” และกล่าวเสริมว่า “ผู้ตายถูกลงโทษเพราะการคร่ำครวญของญาติพี่น้องถึงเขา” (ศอฮีฮ์บุคอรี ภาค 2 เล่ม 23 หมายเลข 391)

  1928
  0
  0
امتیاز شما به این مطلب ؟

latest article

    ...
    ชีวประวัติของท่านหญิงฟาติมะฮ์ ...
    วจนะของอิมามมุฮัมมัด ...
    ...
    ฟะดักในประวัติศาสตร์อิสลาม
    มักกะห์ ดินแดนแห่งพันธะสัญญา
    ...
    ...
    เสียงคร่ำครวญของท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ ...
    อัคบารีย์ คือใคร ตอนที่ 6

 
user comment