ไทยแลนด์
Wednesday 8th of July 2020
  1874
  0
  0

ความหมายของฮิจเราะฮ์ (การอพยพ) ในทัศนะอิสลาม

ความหมายของฮิจเราะฮ์ (การอพยพ) ในทัศนะอิสลาม ความหมายทางภาษาศาสตร์ของคำว่า “ฮิจเราะฮ์” คำว่า “ฮิจเราะฮ์” ในทางภาษาศาสตร์นั้นหมายถึง การแยกตัวของสิ่งหนึ่งออกจากอีกสิ่งหนึ่ง และการเรียกการละทิ้งออกจากบ้านเกิดเมืองนอนว่า "ฮิจเราะฮ์" (การอพยพ) ก็เนื่องจากว่าเป็นการแยกตัวออกไปจากบ้านและดินแดนที่อยู่อาศัยของตน
ความหมายของฮิจเราะฮ์ (การอพยพ) ในทัศนะอิสลาม

ความหมายของฮิจเราะฮ์ (การอพยพ) ในทัศนะอิสลาม

 

ความหมายทางภาษาศาสตร์ของคำว่า “ฮิจเราะฮ์”

     

คำว่า “ฮิจเราะฮ์” ในทางภาษาศาสตร์นั้นหมายถึง การแยกตัวของสิ่งหนึ่งออกจากอีกสิ่งหนึ่ง และการเรียกการละทิ้งออกจากบ้านเกิดเมืองนอนว่า "ฮิจเราะฮ์" (การอพยพ) ก็เนื่องจากว่าเป็นการแยกตัวออกไปจากบ้านและดินแดนที่อยู่อาศัยของตน

 

เราสามารถวิเคราะห์การอพยพ (ฮิจเราะฮ์) ได้ในแง่มุมต่างๆ แต่คัมภีร์อัลกุรอานจะกล่าวถึงการอพยพว่าเป็นสิ่งดีงามก็ต่อเมื่อการอพยพนั้นเป็นไปเพื่อความพึงพอพระทัยของพระผู้เป็นเจ้า และเป็นการอพยพไปสู่แผ่นดินที่จะทำให้เราสามารถรักษาศาสนาและความศรัทธา (อีหม่าน) ของตน และการปฏิบัติตามคำสอนของศาสนาในแผ่นดินดังกล่าวได้


อิสลามกับการอพยพ (ฮิจเราะฮ์)

 

     ในคัมภีร์อัลกุรอานถือว่าการอพยพ (ฮิจเราะฮ์) เป็นสิ่งจำเป็น (วาญิบ) และเป็นเรื่องที่ดีงาม คัมภีร์อัลกุรอานในหลายโองการได้กล่าวเกี่ยวกับการอพยพ (ฮิจเราะฮ์) และมีคำสั่งต่อชาวมุสลิมว่า หากในสังคมหนึ่งพวกเขาไม่สามารถปฏิบัติภาระหน้าที่ของตนได้ พวกเขาก็จงอพยพไปยังสถานที่อื่นที่มีความปลอดภัย เนื่องจากอิสลามนั้นไม่ได้ถูกจำกัดอยู่กับสถานที่และสภาพแวดล้อมใดๆ โดยเฉพาะ ด้วยเหตุนี้เป็นสิ่งชัดเจนว่าความผูกพันต่อบ้านเกิดเมืองนอนและอื่นๆ ที่เหมือนกันนี้ไม่สามารถจะเป็นข้ออ้างที่จะทำให้ชาวมุสลิมไม่ทำการอพยพได้

 

และคัมภีร์อัลกุรอานได้กล่าวว่า :

 

وَ مَنْ يُهاجِرْ في‌ سَبيلِ اللَّهِ يَجِدْ فِي الْأَرْضِ مُراغَماً كَثيراً وَ سَعَةً وَ مَنْ يَخْرُجْ مِنْ بَيْتِهِ مُهاجِراً إِلَى اللَّهِ وَ رَسُولِهِ ثُمَّ يُدْرِكْهُ الْمَوْتُ فَقَدْ وَقَعَ أَجْرُهُ عَلَى اللَّهِ وَ كانَ اللَّهُ غَفُوراً رَحيماً

 

"และผู้ใดที่อพยพไปในทางของอัลลอฮ์ เขาก็จะพบว่าในผืนแผ่นดินนั้นมีสถานที่พำนักอันมากมายและมีความกว้างขวาง และผู้ที่ออกจากบ้านเรือนของเขาไป ในสภาพผู้อพยพไปยังอัลลอฮ์และศาสนทูตของพระองค์ แล้วความตายก็มาประสบกับเขานั้น แน่นอนรางวัลของเขานั้นย่อมอยู่ ณ อัลลอฮ์ และอัลลอฮ์ทรงเป็นผู้อภัยโทษยิ่ง อีกทั้งทรงเป็นผู้ทรงเมตตาเสมอ" (1)


เป้าหมายหลักของการอพยพ

 

      เป้าหมายของการสร้างมนุษย์คือการยอมตนเป็นบ่าวและการเคารพภักดีต่อพระผู้เป็นเจ้า การยอมตนเป็นบ่าวต่อพระผู้เป็นเจ้าซึ่งเป็นเคล็ดลับของอิสรภาพ ความมีเกียรติศักดิ์ศรีและชัยชนะของมนุษย์ในทุกกิจการงาน ด้วยเหตุนี้เองในสถานที่ใดก็ตามที่ไม่อาจบรรลุเป้าหมายหลักนี้ได้ ก็จำเป็นที่จะต้องอพยพออกจากที่แห่งนั้น เนื่องจากแผ่นดินของพระผู้เป็นเจ้านั้นกว้างขวางยิ่ง จึงจำเป็นที่จะต้องย่างก้าวไปยังสถานที่ที่จะทำให้การบรรลุสู่เป้าหมายดังกล่าวนี้เป็นเรื่องที่ง่ายดาย และมนุษย์จะต้องไม่ติดอยู่กับความลุ่มหลงและการยึดติดต่างๆ อย่างเช่น เชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ บ้านเกิดเมืองนอน และอื่นๆ

 

พระผู้เป็นเจ้าทรงตรัสว่า :

 

إِنَّ الَّذينَ تَوَفَّاهُمُ الْمَلائِكَةُ ظالِمي‌ أَنْفُسِهِمْ قالُوا فيمَ كُنْتُمْ قالُوا كُنَّا مُسْتَضْعَفينَ فِي الْأَرْضِ قالُوا أَ لَمْ تَكُنْ أَرْضُ اللَّهِ واسِعَةً فَتُهاجِرُوا فيها فَأُولئِكَ مَأْواهُمْ جَهَنَّمُ وَ ساءَتْ مَصير

 

"แท้จริงบรรดาผู้ที่มะลาอิกะฮ์ (ทวยเทพ) ได้เอาชีวิตของพวกเขาไป ในสภาพที่พวกเขาเป็นผู้อธรรมต่อตัวของพวกเขาเองนั้น มลาอิกะฮ์ (ทวยเทพ) จะกล่าวว่า พวกเจ้าอยู่ในสภาพเช่นใดหรือ? พวกเขากล่าวว่า พวกเราเป็นผู้ที่ถูกกดขี่ (และอ่อนแอ) ในแผ่นดิน มลาอิกะฮ์ (ทวยเทพ) จะกล่าวว่า แผ่นดินของอัลลอฮ์มิได้กว้างขวางดอกหรือที่พวกเจ้าจะอพยพไปในมัน ดังนั้นชนเหล่านั้นที่อยู่ของพวกเขาคือนรก และเป็นที่กลับที่เลวร้ายยิ่ง" (2)

 

      ดังนั้นด้วยเหตุของกลุ่มชน ตระกูล เครือญาติ บ้านและแผ่นดินบ้านเกิดเมืองนอนนั้น ไม่อาจทำให้มุสลิมเราละทิ้งคำสั่งต่างๆ ของอิสลามได้ เนื่องจากการอพยพเพื่อการปฏิบัติตนเป็นบ่าวของพระผู้เป็นเจ้านั้นเป็นการกระทำที่หน้าน่ายกย่องสรรเสริญ


ช่วงเวลาของการอพยพ

 

      พระผู้เป็นเจ้าทรงตรัสว่า :

 

وَالَّذِينَ هَاجَرُوا فِي اللَّهِ مِن بَعْدِ مَا ظُلِمُوا لَنُبَوِّئَنَّهُمْ فِي الدُّنْيَا حَسَنَةً ۖ وَلَأَجْرُ الْآخِرَةِ أَكْبَرُ ۚ لَوْ كَانُوا يَعْلَمُونَ

 

"และบรรดาผู้ที่อพยพในทางของอัลลอฮ์ หลังจากที่พวกเขาได้ถูกกดขี่ข่มเหง แน่นอนยิ่งเราจะให้ที่พำนักที่ดีแก่เขาในโลกนี้ และแน่นอนรางวัลของวันปรโลกนั้นยิ่งใหญ่กว่า หากพวกเขารู้" (3)

 

      ส่วนหนึ่งจากประเด็นต่างๆ ที่รับรู้ได้จากโองการนี้เกี่ยวกับการอพยพ (ฮิจเราะฮ์) คือการที่ผู้เป็นมุสลิมนั้นจะต้องไม่นิ่งเฉย ทว่าจำเป็นจะต้องยืนหยัดเผชิญหน้ากับความยากลำบากต่างๆ เท่าที่สามารถกระทำได้ และเมื่อใดก็ตามที่การอดทนอดกลั้นต่อการกดขี่ข่มเหงของศัตรูไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อันใด นอกจากความฮึกเหิมและความอุกอาจของเขาและเป็นเหตุทำให้ชาวมุสลิมเกิดความอ่อนแอ ในกรณีเช่นนี้จำเป็นต้องอพยพ (ฮิจเราะฮ์) และโดยการอพยพ (ฮิจเราะฮ์) นี้เองจะทำให้พวกเขามีพลังอำนาจเพิ่มมากขึ้นและทำให้สัจธรรมดำรงอยู่ได้


บทบาทของฮิจเราะฮ์และญิฮาดในประวัติศาสตร์อิสลาม

 

      การศึกษาและการตรวจสอบประวัติศาสตร์อิสลามจะเป็นตัวชี้ให้เห็นว่า การอพยพ (ฮิจเราะฮ์) และการต่อสู้ (ญิฮาด) คือสองประเด็นหลักที่เป็นปัจจัยแห่งชัยชนะของอิสลามที่มีเหนือบรรดาศัตรูที่มีอำนาจ ฮิจเราะฮ์ (การอพยพ) คือสาเหตุทำให้อิสลามคงอยู่ และญิฮาด (การต่อสู้) เป็นสาเหตุของการพัฒนาและความก้าวหน้าของอิสลาม ในปัจจุบันนี้ก็เช่นกัน ฮิจเราะฮ์ (การอพยพ) ในสังคมต่างๆ จำนวนมากทีไม่สามารถดำเนินบทบัญญัติของอิสลามในที่เหล่านั้นได้นั้นยังเป็นประโยชน์ เท่ากับเป็นการนำเอาคำสอนของอิสลามไปเผยแพร่ในที่นั้นๆ เหมือนกับมุสลิมที่อพยพไปตั้งถิ่นฐานในตะวันตกและยุโรป

 


ประโยชน์และผลของการฮิจเราะฮ์

 

     ผลที่สำคัญที่สุดของการอพยพคือ การไปถึงยังสถานที่ที่จะสามารถปฏิบัติตนเป็นบ่าวและเคารพภักดีต่อพระผู้เป็นเจ้าได้ และสามารถปฏิบัติหน้าที่ต่างๆ ของตนในที่แห่งนั้นได้ ผลอื่นๆ ของการอพยพ (ฮิจเราะฮ์) คือ การเปลี่ยนแปลง การพัฒนา ความเจริญก้าวหน้าทางด้านจิตวิญญาณ การเปิดประตูต่างๆ ของอารยธรรมและการปฏิรูป อีกทั้งการสร้างความเจริญก้าวหน้าทางด้านวัตถุในสังคมทั้งมวลของมนุษยชาติ


บทสรุป :

 

     การอพยพ (ฮิจเราะฮ์) คือการกระทำที่ศาสนาให้การยกย่องสรรเสริญและสอดคล้องกับเหตุผลทางสติปัญญา ด้วยเหตุนี้ท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ็อลฯ) เพื่อการรักษาอิสลามให้คงอยู่จึงได้ทำการอพยพ (ฮิจเราะฮ์) จากนครมักกะฮ์ไปยังเมืองยัษริบ (เมืองมะดีนะฮ์ในปัจจุบัน) และด้วยผลแห่งการอพยพ (ฮิจเราะฮ์) ของท่าน ท่านสามารถสถาปนารัฐอิสลามขึ้นได้ในที่แห่งนั้นและนำไปสู่ความแข็งแกร่ง ความก้าวหน้าและการแผ่ขยายของศาสนาอิสลาม

 

เชิงอรรถ :

 

(1) อัลกุรอาน บทอันนิซาอ์ โองการที่ 100

(2) อัลกุรอาน บทอันนิซาอ์ โองการที่ 97

(3) อัลกุรอาน บทอันนะห์ลิ โองการที่ 41

 


บทความ : เชคมุฮัมมัดนาอีม ประดับญาติ

  1874
  0
  0
امتیاز شما به این مطلب ؟

latest article

    ความเป็นมาของคำว่า รอมฎอน
    อิมามริฎอ คือ ผู้ค้ำประกันกวาง
    นะบูวะห์ (ตอนที่ 6)
    เดือนเราะญับ อันทรงเกียรติ
    อิมามฮะซัน อัลมุจญ์ตะบา (อ.) ...
    ความปีติยินดีต่อการถือกำเนิดบุตรี
    เตาฮีด ...
    นะบูวะห์ (ตอนที่ 5)
    อรรถาธิบายดุอาอ์ ประจำวันที่ 25 ...
    กระทำคล้ายคลึงแต่แตกต่าง

 
user comment