ไทยแลนด์
Sunday 26th of September 2021
3694
0
نفر 0
0% این مطلب را پسندیده اند

ที่มาของนาม ฟาฏิมะฮ์ ของบุตรีท่านศาสดา

ที่มาของนาม ฟาฏิมะฮ์ ของบุตรีท่านศาสดา คำถาม : คำว่า ฟาฏิมะฮ์ หมายความว่าอะไร และเพราะเหตุใดท่านนบีจึงตั้งชื่อนี้ให้บุตรีของท่าน? สามารถที่จะแยกคำถามออกเป็นสองประเด็นดังนี้ 1. ชื่อของผู้คน ไม่ว่าจะคนทั่วไปหรือแม้กระทั่งลูกหลานศาสดา จำเป็นต้องมีนัยยะพิเศษและต้องแฝงไว้ซึ่งบุคลิกภาพของคนๆนั้นเสมอไปหรือไม่?
ที่มาของนาม ฟาฏิมะฮ์ ของบุตรีท่านศาสดา

ที่มาของนาม ฟาฏิมะฮ์ ของบุตรีท่านศาสดา

คำถาม : คำว่า ฟาฏิมะฮ์ หมายความว่าอะไร และเพราะเหตุใดท่านนบีจึงตั้งชื่อนี้ให้บุตรีของท่าน?

สามารถที่จะแยกคำถามออกเป็นสองประเด็นดังนี้

1. ชื่อของผู้คน ไม่ว่าจะคนทั่วไปหรือแม้กระทั่งลูกหลานศาสดา จำเป็นต้องมีนัยยะพิเศษและต้องแฝงไว้ซึ่งบุคลิกภาพของคนๆนั้นเสมอไปหรือไม่?
2. เหตุใดท่านศาสดาจึงตั้งชื่อบุตรสาวว่า“ฟาฏิมะฮ์”? ชื่อนี้สะท้อนถึงข้อเท็จจริงใดหรือไม่?

สำหรับประเด็นแรก

 มีรายงานจากบรรดาอิมามผู้บริสุทธิ์ว่า การตั้งชื่อที่ดีและเหมาะสมแก่บุตรนั้น นับเป็นการประพฤติดีอันดับแรกของผู้ปกครอง(1) และเป็นธรรมดาที่ผู้ปกครองที่จะตั้งชื่อลูกได้ตามใจชอบ แม้ว่าในอิสลามจะมีข้อเสนอแนะเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็ตาม ทว่ามิใช่ข้อบังคับทางศาสนาที่จะต้องกระทำตามอย่างเคร่งครัด อิสลามนั้นอนุญาตให้ตั้งชื่อบุตรได้ตามความต้องการ (2) โดยมีข้อแม้ว่าจะต้องไม่ตั้งชื่อที่ส่อไปในทางตั้งภาคี (ชิริก) หรือขัดแย้งกับศีลธรรมและจริยธรรม


 ด้วยเหตุนี้ หลังเสร็จสิ้นภารกิจเผยแผ่อิสลาม ท่านนบีจึงมิได้สั่งให้บรรดาสาวกเปลี่ยนชื่อเพื่อให้สอดคล้องกับอิสลามและหลักศรัทธา จะพบเห็นชื่อที่ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาศาสนาในหมู่อัครสาวกของท่านนบี อาทิเช่น อัมมาร, มุศอับ, มิกดาด ,ซัลมานฯลฯ


อย่างไรก็ดี มีบางรายงานระบุว่าท่านนบีเคยเปลี่ยนชื่อสาวกในกรณีที่มีความหมายหมิ่นเหม่ต่อการตั้งภาคี หรือมีความหมายอันไม่พึงประสงค์(3)
แม้ว่าผู้ปกครองสามารถตั้งชื่อบุตรหลานตามใจชอบ แต่จะเหมาะสมกว่าหากจะตั้งชื่อที่เหมาะสม เพื่อให้เป็นไปตามคำแนะนำของบรรดาอิมาม


ท่านอิมามบากิร(อ)กล่าวว่า:  “นามที่สัจจริงที่สุดคือนามที่สื่อความหมายถึงการเป็นบ่าวของพระองค์ และในจำนวนนี้ นามของบรรดานบีประเสริฐที่สุด”(4)
สิ่งที่จะกล่าวถึง ก็คือข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับการตั้งชื่อ เพราะฉะนั้น ชื่อบางชื่ออย่างเช่น”ฟาฏิมะฮ์” ย่อมแตกต่างไปจากชื่ออื่นๆ เนื่องจากเป็นชื่อที่อัลลอฮ์ทรงเลือกและดลใจให้ท่านศาสดาตั้งชื่อนี้แก่บุตรีของท่าน ชื่อนี้จึงสะท้อนถึงบุคลิกภาพของท่านหญิงโดยเฉพาะ แต่ก็หาได้หมายความว่าชื่อนี้ผูกขาดเฉพาะบุตรีศาสดาไม่ เนื่องจากผู้อื่นก็สามารถตั้งชื่อนี้ได้เช่นกัน


ชื่อ” ฟาฏิมะฮ์” มีรากศัพท์จากคำว่า“ฟัฏมุน”อันหมายถึง การแยกออกจากสิ่งใดสิ่งหนึ่ง (5)

ต่อคำถามที่ว่าเพราะเหตุใดท่านนบีจึงตั้งชื่อนี้แก่บุตรีของท่าน? มีฮะดีษ(คำรายงาน) หลายบทที่ได้อธิบายเหตุผลดังกล่าว ซึ่งแต่ละบทก็อธิบายแตกต่างกันออกไป อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณาโดยรวมแล้วไม่พบความขัดแย้งใดๆในแง่เนื้อหา โดยแต่ละบทเสริมให้บทอื่นๆสมบูรณ์ยิ่งขึ้น อาทิเช่นฮะดีษต่อไปนี้ :


1.รายงานจากท่าน ยูนุส บิน ซ็อบยาน รายงานว่า ท่านอิมามศอดิก(อ)ถามฉันว่า: ท่านสามารถตีความคำว่า”ฟาฏิมะฮ์” ได้หรือ? ฉันตอบว่าโอ้นายท่าน ขอท่านอธิบายมาเถิด ท่านกล่าวว่า: ท่านหญิงฟาฏิมะฮ์(ซ)ถูกจำแนกออกจากความด่างพร้อยทั้งปวง (فطمت من الشر) และมาตรว่าท่านอิมามอะลี(อ)มิได้สมรสกับนาง จะไม่มีชายใดนับตั้งแต่การสร้างมนุษย์จนถึงปัจจุบันคู่ควรกับนางอีกเลย  (6)


ท่านอิมามริฎอ(อ)รายงานจากท่านนบีผ่านทางบรรพบุรุษของท่านว่า ท่านนบีเคยกล่าวว่า :

“ฉันตั้งชื่อบุตรสาวของฉันว่าฟาฏิมะฮ์ เพราะอัลลอฮ์จะทรงคัดแยกเธอและกัลญาณมิตรของเธอให้พ้นจากไฟนรก”(7)


ท่านอิมามบากิร(อ)เล่าจากบรรพบุรุษว่า: “เมื่อครั้งที่ท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ (ซ) ถือกำเนิด อัลลอฮ์ได้มอบหมายให้มะลาอิกะฮ์ดลใจท่านนบีให้เอ่ยนามนี้เพื่อให้เป็นชื่อของเธอ, แล้วพระองค์ก็ตรัสถึงเธอว่า“ข้าได้ฟูมฟักเจ้าด้วยวิทยปัญญา และคัดแยกเจ้าออกจากความด่างพร้อยทั้งปวง (8)


ดังนั้นขอย้ำอีกครั้งว่า บุตรีของท่านศาสดา(ซ.ล.)สมควรแล้วที่จะได้รับชื่อที่เหมาะสม เนื่องจากมีฮะดีษยืนยันทั้งในสายชีอะฮ์และซุนนะฮ์ว่าเธอเปรียบดั่งเรือนร่างของศาสดา และหากผู้ใดรังแกเธอก็เสมือนว่ารังแกท่านนบีโดยตรง(9)


ชื่อของท่านหญิงฟาฏิมะฮ์จึงเป็นสื่อสะท้อนถึงบุคลิกภาพอันสูงส่งให้เป็นที่ประจักษ์แก่มวลมนุษย์ และด้วยเหตุผลเหล่านี้ เราจึงเชื่อว่าอัลลอฮ์ทรงเลือกสรรชื่อที่เหมาะสมกับนางเป็นที่สุด

 

ที่มา

[1] มุฮัมมัด ฮุร อามิลีย์, วะซาอิลุชชีอะฮ์, เล่ม 21, หน้า 388-389, ฮะดีษที่ 27374, สำนักพิมพ์อาลุลบัยต์,เมือง กุม, ฮ.ศ.1409
[2] อ้างแล้ว.
[3] อ้างแล้ว, หน้า 390, ฮะดีษที่ 27379.
[4] อ้างแล้ว, หน้า 391, ฮะดีษที่ 27381.
[5] อิบนุ มันซูร, ลิซานุ้ล อรับ, เล่ม 12, หน้า 454.
[6] มุฮัมมัด บากิร มัจลิซี, บิฮารุลอันวาร, เล่ม 43, หน้า 10, หมวด 2, ฮะดีษ 1, สำนักพิมพ์ อัลวะฟา, เบรุต, ฮ.ศ.1404
[7] อ้างแล้ว, หน้า 12, ฮะดีษ 4.
[8] อ้างแล้ว, หน้า 13, ฮะดีษ 9.
[9] เศาะฮี้ห์ บุคอรี, เล่ม 4, หน้า 219, ดารุลฟิกร์, เบรุต, ฮ.ศ.1401

ขอขอบคุณเว็บไซต์อิสลามเควสท์


source : alhassanain
3694
0
0% (نفر 0)
 
نظر شما در مورد این مطلب ؟
 
امتیاز شما به این مطلب ؟
اشتراک گذاری در شبکه های اجتماعی:

latest article

ฮิญาบในอัลกุรอาน
เตาฮีด ...
...
ภรรยาคือ “คู่ชีวิต”
มับอัซ : วันกำเนิดอิสลาม
บทเรียนจากนะฮ์ญุลบะลาเฆาะฮ์ บทที่ 8 ...
ทำไมมนุษย์จึงกลัวความตาย
การรอคอยอิมามมะฮ์ดี (อ.)ในแผ่นดินชาม
ความสัมพันธ์ระหว่างวิญญาณกับสุสาน
ปรัชญาและผลของการประกอบพิธีฮัจญ์

latest article

ฮิญาบในอัลกุรอาน
เตาฮีด ...
...
ภรรยาคือ “คู่ชีวิต”
มับอัซ : วันกำเนิดอิสลาม
บทเรียนจากนะฮ์ญุลบะลาเฆาะฮ์ บทที่ 8 ...
ทำไมมนุษย์จึงกลัวความตาย
การรอคอยอิมามมะฮ์ดี (อ.)ในแผ่นดินชาม
ความสัมพันธ์ระหว่างวิญญาณกับสุสาน
ปรัชญาและผลของการประกอบพิธีฮัจญ์

 
user comment