ไทยแลนด์
Sunday 19th of November 2017
code: 80825
ความยุติธรรมของพระผู้เป็นเจ้า ตอนที่ 8

บทเรียนอูศูลุดดีน (รากฐานของศาสนา)


ความยุติธรรมของพระผู้เป็นเจ้า ตอนที่ 8

 

 

อะไร คือ บทพิสูจน์ความยุติธรรมและฮิกมะฮ์ของพระผู้เป็นเจ้า

เมื่อเรามองไปที่การสร้างสรรค์ของพระผู้เป็นเจ้า เราจะพบว่า พระองค์เป็นผู้ทรงสร้าง ผู้ทรงมีอำนาจ(กุดรัต) และทรงมีเจตนารมณ์เสรี(อิคติยาร) อย่างสมบูรณ์ ดั่งที่พระองค์ทรงตรัสไว้ในคัมภีร์อัลกรุอาน

 

ซูเราะฮ์ยาซีน โองการที่ 82

 

إِنَّمَا أَمْرُهُ إِذَا أَرَادَ شَيْئًا أَن يَقُولَ لَهُ كُن فَيَكُونُ

 

“แท้จริงพระบัญชาของพระองค์ เมื่อทรงประสงค์สิ่งใด พระองค์ก็จะตรัสแก่มันว่า “จงเป็น” แล้วมันก็จะเป็นขึ้นมา”

 

คำอธิบาย : ข้อพิสูจน์ประการหนึ่ง โองการนี้ได้อธิบายไว้อย่างลึกซึ้งและเป็นตัวชี้วัดที่ดีที่สุดถึงพลังอำนาจอันไร้ขีดจำกัดของพระองค์ กล่าวคือ นอกจากอำนาจของพระองค์ไม่มีที่สิ้นสุดแล้ว ยังไม่มีอำนาจใดอยู่เหนืออำนาจและเจตนารมณ์เสรี(อิคติยาร)ของพระองค์ ทุกสรรพสิ่งเกิดขึ้นตามเจตนาและพระประสงค์ของพระองค์ และทุกสรรพสิ่งไม่ได้บังเกิดมาจากการบีบบังคับใดๆยังพระองค์ ไม่ว่าจะเป็นการบีบบังคับในรูปแบบใดก็ตาม เว้นแต่ยังพระองค์เพียงองค์เดียวเท่านั้น ที่ประสงค์จะเปลี่ยนแปลงทุกสรรพสิ่งและจบสิ้นที่พระองค์


เจตนารมณ์เสรีและพลังอำนาจของพระผู้เป็นเจ้า

หากการงานนั้นมาในรูปแบบ เจตนารมณ์เสรี(อิคติยาร) ที่มีภววิสัยเป็นปัจจัยเสริม หรือประกอบการตัดสินใจ ถือว่าการตัดสินใจนั้น เป็นเจตนารมณ์เสรี ที่ไม่สมบูรณ์ เพราะมีปัจจัยแวดล้อมเข้ามาแทรกแซง


หากมีการพิจารณาประเด็นรายละเอียดถึงการกระทำ จำต้องตระหนักว่า ในทุกสรรพสิ่งจะต้องไม่เกิดจากการบังคับ ถูกจูงใจ หรือมีสภาวะที่ต้องได้รับการสนับสนุน อีกทั้งสภาพแวดล้อมรูปแบบใดก็ตามไม่สามารถส่งผลใดๆต่อพระองค์ได้ เช่นนี้ จึงถือได้ว่าเป็นเจตนารมณ์เสรี(อิคติยาร)ที่สมบูรณ์ นัยยะนี้บ่งบอกคุณลักษณะของพระผู้เป็นเจ้า

เป็น “ผู้ทรงกามาล” (พระองค์คือผู้สมบูรณ์)หรือพระองค์คือ “ผู้ทรงสัมบูรณ์” (สมบูรณ์ยิ่ง)


คำอธิบาย : คำว่า “กามาล” คือ อะไรก็ตามที่เป็นความสมบูรณ์

 

ตัวอย่าง “ความสมบูรณ์ทางด้านความรู้ (อิลมฺ)ของพระองค์”

สำหรับพระองค์ ‘อิลมฺ’ เป็นความรู้ที่สมบูรณ์ และ เป็นความรู้ที่สมบูรณ์โดยไม่ต้องพึ่งพิงความรู้ใดๆจากแหล่งอื่น อีกทั้งพระองค์เป็นผู้ทรงอำนาจ (กุดรัต) และทรงมีเจตนารมณ์เสรี (อิคติยาร)ที่สมบูรณ์ ดังนั้นแล้ว เมื่อความประสงค์  (อิรอดัต) นี้ มาจากผู้ที่มีอำนาจและเจตนารมณ์เสรีอย่างสมบูรณ์ แน่นอนว่า ความประสงค์ (อิรอดัต)ที่สมบูรณ์ย่อมเกิดขึ้น

 

การสร้างพื้นฐานความเข้าใจในเรื่องดังกล่าว จึงเป็นเงื่อนไขสำคัญ เมื่อมนุษย์เข้าใจว่าพระองค์เป็นผู้ทรงอำนาจ พระองค์เป็นผู้ทรงมีเจตนารมณ์เสรีและเป็นผู้ทรงมีความประสงค์ของตัวเองอย่างสมบูรณ์ อีกทั้งแท้จริงแล้วไม่ได้มาจากการถูกบีบบังคับ หรือจากสภาวะหนึ่งสภาวะใดมามีส่วนร่วมในพระประสงค์ของพระองค์ จึงเป็นข้อพิสูจน์ว่า พระประสงค์ของพระองค์ที่เกิดขึ้นกับมนุษย์ ทั้งในเรื่องให้เป็นหรือไม่ให้เป็น ให้เกิดหรือไม่ให้เกิด ให้ทำหรือไม่ให้ทำ สิ่งเหล่านี้เกิดมาจากพระประสงค์ของพระองค์ที่สมบูรณ์โดยไม่มีปัจจัยใดๆ เข้ามามีส่วนร่วมในพระประสงค์ของพระองค์ทั้งสิ้น ซึ่งหาก มองในด้าน ‘ฮิกมะฮ์’ แล้ว อัลลอฮฺ(ซบ)เป็นพระผู้เป็นเจ้า ผู้ทรงวิทยปัญญา(ฮากีม) และผู้ทรงรอบรู้(อาลีม) ที่สัมบูรณ์

 

ฉะนั้น พระประสงค์ของพระองค์ จึงเป็นพระประสงค์ที่มาจากความรอบรู้และมาจากวิทยปัญญาที่สมบูรณ์และถูกต้อง อีกทั้งพระประสงค์ของพระองค์จะไม่มีวันไร้สาระ เช่นนี้แล้ว เมื่อพระองค์กำหนดสิ่งหนึ่งสิ่งใดให้แก่มนุษย์ สิ่งนั้นย่อมมี ฮิกมะฮ์(ปรัชญาของเป้าหมาย) เหตุผล เพราะมาจากผู้ทรงวิทยปัญญา(ฮากีม)โดยแท้จริง ดังนั้นแล้ว เมื่อมีฮิกมะฮ์ จึงเป็นความยุติธรรมโดยอัตโนมัตินั่นเอง

 

ขอขอบคุณสถาบันศึกษาศาสนาอัลมะฮ์ดี

user comment
 

latest article

  บทธรรมเทศนาของอิมามริฎอ
  ...
  คุณลักษณะของอิมามอะลี อัรริฎอ(อ.)
  ...
  28 ซอฟัร ...
  ความเชื่อต่ออิมามมะฮ์ดี (อ)คือ ...
  ซุนนะฮ์ และญะมาอะฮ์ ...
  ...
  รอมฎอนในคำสอนของอะฮ์ลุลบัยต์(อ.)ตอนที่ 2
  บทเรียนจากนะฮ์ญุลบะลาเฆาะฮ์ บทที่ 7 ...