ไทยแลนด์
Sunday 21st of April 2019
  51
  0
  0

ความสำคัญของผลไม้ ในอิสลาม

ความสำคัญของผลไม้ ในอิสลาม

 

ความสำคัญที่อิสลามได้กล่าวถึงเกี่ยวกับผลไม้นั้นมีมากกว่าอาหารประเภทอื่น ในคัมภีร์อัลกุรอานมีโองการมากมายที่กล่าวถึงบรรดาผลไม้ไว้โดยรวม และได้กล่าวถึงผลไม้เหล่านั้นว่า เป็นหลักฐานบ่งบอกถึงความยิ่งใหญ่และเดชานุภาพของพระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงสร้าง และบางโองการก็กล่าวถึงชื่อของผลไม้ไว้อย่างเจาะจง ดังโองการต่อไปนี้


وَهُوَ الَّذِي أَنْشَأَ جَنَّاتٍ مَعْرُوشَاتٍ وَغَيْرَ مَعْرُوشَاتٍ وَالنَّخْلَ وَالزَّرْعَ مُخْتَلِفًا أُكُلُهُ وَالزَّيْتُونَ وَالرُّمَّانَ مُتَشَابِهًا وَغَيْرَ مُتَشَابِهٍ كُلُوا مِنْ ثَمَرِهِ إِذَا أَثْمَرَ
 

“และพระองค์ คือผู้ที่ทรงบันดาลสวนต่างๆ ซึ่งมีทั้งไม้เลื้อย และไม่ใช่ไม้เลื้อยและ(ทรงบันดาล)ต้นอินทผลัม และพืชไร่ที่ผลของมันแตกต่างกันรวมทั้งต้นซัยตูน(มะกอกชนิดหนึ่ง) และต้นทับทิมมีทั้งลักษณะคล้ายคลึงกันและไม่คล้ายคลึงกันพวกเจ้าจงรับประทานจากผลของมันเถิด เมื่อมันออกออกผล…..” (1)


             

ในโองการนี้ได้กล่าวถึงอินทผลัมและพืชต่างๆ (เช่น ข้าวบาเลห์  ข้าวสาลี เป็นต้น) มะกอกและทับทิม จำเป็นจะต้องรับรู้ไว้อย่างหนึ่งว่า  บรรดาผลไม้ที่ชื่อของมันได้ถูกกล่าวไว้ในคัมภีร์อัลกุรอานเป็นผลไม้ที่มีคุณค่าทางอาหารสูงส่งยิ่งนัก ซึ่งผลไม้อื่นๆ ไม่อาจเทียบได้เลย

 

     

  ความสำคัญของผลไม้ ในมุมมองของท่านศาสดามุฮัมมัด(ซ็อลฯ)ช่างมากมาย ซึ่งปรากฏในคำรายงานบทหนึ่งว่า :

 

کان رسول الله صل الله علیه و آله اذا اتى بفاکهة حدیثة قلبها و وضعها على عینیه و یقول : اللهم اریتنا اولها فارنا اخرها

 

 “เมื่อผลไม้สดๆถูกนำมามอบให้ท่านศาสดามุฮัมมัด(ซ็อลฯ) ท่านจะจูบมันและวางมันลงบนดวงตาทั้งสองของท่านและท่านจะกล่าวว่า : “โอ้อัลลอฮ์พระองค์ได้ทรงให้เราเห็นในช่วงเริ่มต้นของมันดังนั้นได้โปรดทำให้เราได้เห็นในช่วงท้ายของมันด้วยเถิด”(2)

 

จากคำรายงาน(ริวายะฮ์)บทนี้เราได้รับรู้สองประเด็นคือ

 

      1.การให้เกียรติต่อความโปรดปราณและปัจจัยอำนวยสุข(เนี๊ยะอ์มัต)ต่างๆ ที่พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงประทานให้แก่เรา ทั้งนี้เนื่องจากพระเดชานุภาพ(กุดเราะฮ์)และความรอบรู้ของพระผู้เป็นเจ้าได้ถูกสำแดงออกมาอย่างสมบูรณ์ในผลไม้แต่ละชนิด จากต้นไม้ที่แห้งเหี่ยวในช่วงฤดูแล้ง ระยะเวลาผ่านไปเพียงไม่กี่เดือนภายหลังจากได้รับน้ำฝน มันได้ให้ผลที่สวยสด มีสีสันที่สวยงาม และมีกลิ่นที่หอมหวนชวนรับประทาน

 

      2.ความสำคัญและความยิ่งใหญ่ของผลไม้ ในด้านของสารอาหารและคุณค่าต่างๆของมันที่ต่อสุขภาพพลานามัย และการรักษาความหนุ่มแน่นของมนุษย์ไว้

เป็นสิ่งที่ดีทีเดียวที่เราจะรับรู้ถึงบทบาทสำคัญของผลไม้ที่มีต่อสุขภาพของมนุษย์

 

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการท่านหนึ่งคือ ดร.โอโตคาร์ก กล่าวว่า

 

       “เงินทุกบาททุกสตางค์ที่ท่านทั้งหลายได้ใช้จ่ายไปในการซื้อผลไม้ต่างๆนั้นมันคือต้นทุนที่ถูกเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดีและจะช่วยเพิ่มภูมิต้านทานโรคต่างๆให้แก่พวกท่านพวกท่านอาจจะกล่าว่าผลไม้ต่างๆมีราคาแพงแต่ข้าพเจ้าขอถามพวกท่านว่าแล้วยารักษาโรคเล่าราคาเป็นอย่างไร?” (3)

 

 

ผลไม้ คือ แหล่งของเกลือแร่

 

    ผลไม้มีสารอาหารที่ให้ประโยชน์ต่อร่างกายอยู่มากทีเดียว ตัวอย่างเช่น :

 

1.ธาตุเหล็ก

          ธาตุเหล็ก มีบทบาทสำคัญในการสร้างเม็ดเลือดแดงในกรณีของการขาดเลือดและโรคโลหิตจางของสตรี และเมื่อเปรียบเทียบกับธาตุเหล็กที่มีอยู่ในเนื้อสัตว์และไข่แล้ว ยังมีโปรตีนจำพวกอัลบูมีน (Albumin)(4) อยู่ในปริมาณสูง จึงไม่ทำให้เกิดความผิดปกติในร่างกาย

 

2.แคลเซียม

         แคลเซียมเป็นสารอาหารที่ให้คุณประโยชน์ต่อร่างกายในการเสริมสร้างกระดูก และเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับโรคชนิดต่างๆ เช่นวัณโรค ฝีหนองต่างๆ โรคมะเร็ง การอักเสบและการติดเชื้อของต่อมต่างๆ และสารอาหารที่มีอยู่มากในผลไม้คือ แคลเซียมนั้นเป็นที่ต้องการของร่างกาย

 

3.ฟอสฟอรัส

         ฟอสฟอรัส คือ สารอาหารชนิดหนึ่งซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากต่อสมองและพลังงานของกล้ามเนื้อต่างๆ และจะช่วยต้านทานโรคต่างๆ เกี่ยวกับระบบประสาท

 

         ท่านศาสตราจารย์บูชาร์ ได้กล่าวว่า “หากปราศจากฟอสฟอรัส เซลล์ต่างๆ ก็ไม่สามารถเพิ่มจำนวนและเจริญเติบโตได้”

 

4.แมกนีเซียม

          แมกนิเซียมเป็นสารอาหารที่มีอยู่มากในผลไม้ ช่วยทำให้กระเพาะและลำไส้ ปฏิบัติหน้าที่ของมัน ช่วยให้การย่อยอาหารง่ายขึ้นและดีขึ้น ช่วยในการจัดระบบการทำงานของประสาทส่วนต่างๆ และยับยั้งโรคมะเร็ง

 

5.โปรแตสเซียม

          โปรแตสเซียมจะช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับหัวใจ ช่วยให้ขับถ่ายปัสสาวะได้มากขึ้น ช่วยให้การทำงานของลำไส้ต่างๆ เข้มแข็งและมีการขับถ่ายที่ดี คนจีนและคนญี่ปุ่นจะรับประทานข้าวเจ้ากันมาก  ดังที่ทราบดีว่าข้าวเจ้ามีโปรแตสเซียมอยู่ ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงไม่ค่อยประสบกับปัญหาโรคเกาต์และโรครูมาติสซึม

 

6.โซเดียม

          โซเดียมช่วยจัดระบบการทำงานต่างๆ ของลำไส้

 

7.กำมะถัน

      กำมะถันจะช่วยฟอกเลือด และต้านการติดเชื้อ มีประโยชน์ในการป้องกันการติดเชื้อภายในร่างกาย โรคผิวหนังต่าง และโรคหลอดลมอักเสบ

 

8.ซิลิคอนไดออกไซด์

          ช่วยเสริมสร้างกระดูกและเส้นเลือดต่างๆ ทำให้ระบบการไหลเวียนเลือดดำเนินไปด้วยดี ช่วยรักษาโรคกระดูกอ่อนและการแข็งตัวของเส้นเลือดใหญ่

 

9.ไอโอดีน

          มีความจำเป็นต่อการทำงานของต่อมต่างๆ และการหลั่งสารภายในร่างกาย  โดยเฉพาะการหลั่งสารของต่อมไทรอยด์ ไอโอดีนจะต้านทานโรคลักปิดลักเปิด ช่วยในการขับถ่ายปัสสาวะได้มากขึ้น ช่วยเยียวยารักษาโรคเกี่ยวกับต่อมน้ำเหลือง โรคกระดูกอ่อน โรคหนองใน โรคเกาต์ และโรครูมาติสซึม

 

10.อาร์ซะนิค (สารหนู)

          อาร์ซะนิคจะให้พลังงาน ช่วยยับยั้งวัณโรค เมื่อร่างกายเกิดมีอาการไข้ตัวร้อน ธาตุเหล็กและเกลือแร่ต่างๆ ในร่างกายจะถูกทำลายไปมาก ด้วยเหตุนี้ผู้ที่เป็นโรคไทฟอยด์หรือไข้อีดำอีแดง (Scarlet) พวกเขาจำเป็นต้องกินผลไม้ให้มากๆ

 

11.น้ำตาล

         น้ำตาลที่อยู่ในผลไม้แตกต่างจากน้ำตาลโดยทั่วไปและดีกว่ามาก น้ำตาลของผลไม้มีความจำเป็นอย่างมาก ในการเสริมสร้างพลังงานแก่กล้ามเนื้อต่างๆ น้ำตาลของผลไม้ประกอบด้วย ‘กลูโคส’ และ ‘ลูโลส’ ซึ่งจะถูกย่อยสลายและถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายโดยตรงไม่เหมือนน้ำตาลโดยทั่วไป

 

“น้ำตาลของผลไม้ เป็นที่อนุญาตสำหรับบุคคลที่ต้องงดเว้น (จากอาหารต่างๆ) เพราะน้ำตาลประเภทนี้เป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อพวกเขา”(5)

 

จงอย่าปอกเปลือกของผลไม้

 

      คำสอนอันสูงส่งของอิสลามประการหนึ่งหลังจากที่กาลเวลาได้ผ่านพ้นไปนับสิบศตวรรษนักวิชาการจึงได้ค้นพบปรัชญาและวิทยปัญญาของมัน นั่นคือ การไม่ปอกเปลือกของผลไม้ ขอนำตัวอย่างหนึ่งจากคำพูดของผู้นำผู้บริสุทธิ์แห่งอิสลาม มาเสนอเพื่อให้ผู้อ่านได้ประจักษ์

 

      ท่านอิหม่ามศอดิก(อ)ได้เล่าถึงจริยวัตรของบิดาของท่านคือ อิหม่ามบากิร(อ) โดยกล่าวว่า

 

 کان یکره تقشیر الثمرة

“ท่านรังเกียจที่จะปอกเปลือกของผลไม้” (6)

 

           เนื่องจากเปลือกของผลไม้ต้องเผชิญกับอากาศและแสงแดดอยู่ตลอดเวลา จึงมีวิตามินต่างๆ ในปริมาณที่มากกว่าเนื้อของมันโดยเฉพาะวิตามิน เอ

 

      “ในอีกด้านหนึ่งเปลือกของผลไม้มี  “ไดอัสเทส” (Diastase) อยู่หลายชนิดและหนึ่งในนั้นคือ “เอนไซม์” ชนิดหนึ่ง ซึ่งจะเปลี่ยนสารอาหารชนิดหนึ่งไปเป็นอีกชนิดหนึ่ง ในลักษณะเช่นนี้เป็นไปโดยธรรมชาติจากการช่วยเหลือของไดอัสเทสชนิดต่างๆ ที่รวมอยู่ในเปลือกของผลไม้จึงทำให้เนื้อของผลไม้สามารถย่อยสลายและดูดซึมได้ง่ายด้วยเหตุนี้หากปอกเปลือกผลไม้ทิ้งไป เท่ากับได้ทำสิ่งผิดพลาดอย่างมหันต์”(7)

 

จงล้างผลไม้

 

        คำแนะนำสั่งสอนอีกประการหนึ่งของอิสลาม คือ การล้างผลไม้ก่อนการรับประทานจากการพัฒนาการในด้านความรู้ ในแต่ละวันความลี้ลับในหลักคำสอนของอิสลามก็จะถูกเปิดเผยขึ้น และจะเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความยิ่งใหญ่ของผู้นำอิสลามต่อบรรดาชาวโลกทั้งมวล

       ส่วนหนึ่งจากคำพูดของบรรดาผู้นำผู้บริสุทธิ์ของอิสลาม เกี่ยวกับการล้างผลไม้ก่อนการรับประทานคือคำพูดของท่านอิมามซอดิก(อ.)ที่ได้กล่าวว่า :

 

 ان لکل ثمرة سماما، فاذا اتیتم بها فامسوها بالماء او اغمسوها فى الماء

“สำหรับผลไม้ทุกชนิดนั้นมีพิษดังนั้นเมื่อพวกท่านทั้งหลายได้รับมันมาพวกท่านจงทำความสะอาดมันด้วยน้ำหรือจุ่มมันลงไปในน้ำ”(8)

 

       บรรดาผลไม้ที่วางขายอยู่ตามร้านผลไม้ หรือตามข้างทางที่สัญจรไปมา เป็นไปได้ว่าอาจปนเปื้อนด้วยเชื้อโรคต่างๆ เชื้อโรคจำนวนมากจะอยู่เฉพาะที่เปลือกของผลไม้ โดยจะไม่ผ่านเปลือกเข้าสู่เนื้อของมัน  ดังนั้นหากเรานำผลไม้ต่างๆ ที่เราซื้อมาจากตลาดไปล้าง เราก็จะปลอดภัยมากกว่า และยิ่งไปกว่านั้นหากผลไม้เหล่านั้นถูกฉีดพ่นสารเคมีการล้างก็จะทำให้สารพิษเหล่านั้นถูกขจัดออกไปจนหมด”(9)

 

 

ผลไม้สวรรค์

 

       “ผลไม้สวรรค์”นั้นมีหลากหลายชนิด แต่ละชนิดมีคุณค่าทางอาหารเฉพาะตัวของมัน แต่ท่ามกลางผลไม้ทั้งหมดเหล่านี้ มีบางชนิดที่มีคุณค่าทางด้านโภชนาการและมีสารอาหารที่จำเป็นต่อชีวิตของมนุษย์มากกว่า อิสลามได้ไห้ความสำคัญต่อผลไม้ดังกล่าวนี้เป็นอย่างมาก และแนะนำให้รู้จักในฐานะ”ผลไม้แห่งสวรรค์”

 

        ท่านอิหม่ามศอดิก(อ) ได้กล่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า :

 

خمس من فاکهة الجنة فى الدنیا، الرمان الاملیسى و التفاح والسفرجل و العنب و الرطب المشان

 

“ห้าชนิดจากผลไม้สวรรค์ซึ่งมีอยู่ในโลกนี้ (ดุนยา) คือทับทิม  แอปเปิล  ซะฟัรญัล(Quince)(10)  องุ่น และอินทผาลัม” (11)

 

      และเช่นเดียวกันในคัมภีร์อัลกุรอาน ก็กล่าวถึงผลไม้เหล่านี้ไว้รวมทั้ง “ซัยตูน”(มะกอก) และ”มะเดื่อ “ เพื่อจะอธิบายถึงคุณค่าทางอาหารของผลไม้เหล่านี้ ซึ่งทางทีมงานซอฮิบซะมานได้นำเสนอไปบ้างแล้วในเว็บไซต์นี้ และเราจะได้นำเสนอในส่วนที่เหลือต่อไป อินชาอัลลอฮ์(หากพระผู้เป็นเจ้าทรงประสงค์)

 

แหล่งอ้างอิง :

 

(1)- อัลกุรอานบทอัลอันอาม โองการที่ 141.

(2)-บิฮารุลอันวาร , เล่มที่ 66 , หน้าที่ 119.

(3)-ซับซีฮอ วะ มีเวฮ์ฮอเย ชะฟาบัคช์ , หน้าที่ 118.

(4)-โปรตีนชนิดหนึ่งที่พบในไข่ นม เนือสัตว์ ซึ่งจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย

(5)-ซับซีฮอ วะ มีเวฮ์ฮอเย ชะฟาบัคช์ , หน้าที่ 119.

(6)-บิฮารุลอันวาร , เล่มที่ 66 , หน้าที่ 116.

(7)-ซับซีฮอ วะ มีเวฮ์ฮอเย ชะฟาบัคช์ , ลิโอเนส คาร์ลิเยฮ์ , หน้าที่ 126.

(8)-บิฮารุลอันวาร , เล่มที่ 66 , หน้าที่ 118.

(9)-ซับซีฮอ วะ มีเวฮ์ฮอเย ชะฟาบัคช์ , หน้าที่ 126.

(10)-ผลไม้ขนาดเล็กของต้นไม้จำพวก Cydonia oblonga คล้ายมะตูม

(11)-อัลคิซ้อล , เชคซุดูก , เล่มที่ 1 , หน้าที่ 289.

 

ที่มา : หนังสืออิสลามกับการแพทย์ไม่พึ่งยา

 

แปลโดย : เชคมุฮัมมัดนาอีม ประดับญาติ


ขอขอบคุณเว็บไซต์  islamicstudiesth

 

  51
  0
  0
امتیاز شما به این مطلب ؟

آخرین مطالب

      امامت امام عصر(عج) در کودکی نشانه حکمت خداوندی است
      اثبات امامت امام زمان(عج) در کودکی
      امام زمان علیه السلام چگونه در پنج سالگي به امامت رسيد؟
      اعترافات علمای اهل تسنن به ولادت حضرت مهدی- علیه ...
      احمد الحسن از ادعای بابیت تا همراهی با اپوزیسیون
      انحرافات حوزه مهدويت
      شناخت اجمالی حضرت صاحب الزمان
      مهدی، پسر فاطمه است
      تواتر حدیث‌های مهدویت نزد اهل سنت
      تفاوت دیدگاه اهل سنت با وهابیت درباره امام زمان(ع)

بیشترین بازدید این مجموعه

      چرا نام امام قائم (عج ) در قرآن نیامده است ؟
      آثار ظهور امام زمان(عج) چيست؟
      آيا نام پدر حضرت مهدي (عج)، عبد الله بوده است؟ (1)
      طول عمر حضرت ولیعصر(4)
      علل غیبت امام زمان(عج)چیست؟
      تواتر حدیث‌های مهدویت نزد اهل سنت
      مهدی، پسر فاطمه است
      شناخت اجمالی حضرت صاحب الزمان
      اعترافات علمای اهل تسنن به ولادت حضرت مهدی- علیه ...
      اثبات امامت امام زمان(عج) در کودکی

 
user comment