ไทยแลนด์
Monday 22nd of April 2019
  73
  0
  0

คุณสมบัติของอัล-กุรอาน

คุณสมบัติของอัล-กุรอาน

 

โองการอัล-กุรอานหลายโองการได้อธิบายถึงคุณสมบัติของอัล-กุรอานคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์แห่งฟากฟ้า ซึ่งบางครั้งได้กล่าวเป็นคำเอกพจน์ และบางครั้งกล่าวเป็นประโยค แต่สิ่งที่จะนำเสนอ ณ ที่นี้จะขอกล่าวเฉพาะคำที่เป็นเอกพจน์เท่านั้น

 

นักตัฟซีรและนักปราชญ์ด้านความรู้เกี่ยวกับอัล-กุรอานได้กล่าวถึงจำนวนคุณสมบัติ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าชื่อของอัล-กุรอานไว้มากมาย และมีทัศนะแตกต่างกัน บางท่านกล่าวว่าจำนวนชื่อของอัล-กุรอานมีมากกว่า ๙๐ ชื่อ[๑] บางกลุ่มกล่าวว่าชื่อของอัล-กุรอานมีจำนวนจำกัด[๒]

 

นอกจากนี้ยังมีความแตกต่างกันในเรื่องทัศนะ การตีความระหว่างคุณสมบัติของอัล-กุรอานกับชื่อ ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ชื่อและคุณสมบัติมีจำนวนแตกต่างกัน ด้้วยเหตุนี้จะเห็นว่ากลุ่มบุคคลจำนวนน้อยนิดได้นำเสนอคำเฉพาะที่นับว่าเป็นชื่อของอัล-กุรอาน เช่น คำว่า กิตาบ กุรอาน ซิกรฺ หรือฟุรกอนเป็นต้น ซึ่งจัดว่าเป็นนามเฉพาะที่รู้จักกัน หรือเป็นนามที่เป็นเอกเทศในทัศนะของพวกเขา ขณะที่มีคำอื่นอีกมากมายที่ใช้เรียกคัมภีร์ศักดิ์แห่งฟากฟ้าเล่มนี้ในฐานะของชื่อหรือคุณสมบัติของอัล-กุรอาน ซึ่งจุดประสงค์ของพวกเขาต้องการจำแนกการใช้ประโยคระหว่างชื่อกับคุณสมบัติเท่านั้น

 

และในบางครั้งจะเห็นว่าการกล่าวถึงคุณสมบัติบางประการ เช่น ฮุดา เมาอิเซาะฮฺ หรือเราะฮฺมัดไม่ได้เป็นคุณสมบัติพิเศษเฉพาะอัล-กุรอานเท่านั้น เพราะอัล-กุรอานกล่าวว่าคำเหล่านี้ก็ใช้เรียกคุณสมบัติคัมภีร์แห่งฟ้าเล่มอื่นด้วยเช่นกัน

 

คุณสมบัติต่าง ๆ ของอัล-กุรอานที่กำลังกล่าวถึงอยู่นี้มีประเด็นที่แตกต่างกันมากมาย เช่น ความหมาย หรือความหมายตามพจนานุกรม หรือความหมายในทัศนะของนักปราชญ์ การนำคำเหล่านี้ไปใช้กับอัล-กุรอานในความหมายเดียวกัน หรือต่างความหมาย ความสัมพันธ์ระหว่างคำเหล่านั้นกับคำอื่น รูแบบของคำและความหมาย ซึ่งสิ่งเหล่านี้จำเป็นต้องพิจารณาอย่างละเอียดที่ถ้วน และคุณสมบัติที่กล่าวมาข้างต้นสามารถแบ่งออกเป็น ๒ กลุ่มกล่าวคือ คุณสมบัคิที่เป็นเอกเทศ กับคุณสมบัติที่ตามและท้ายสุดจะขอกล่าวถึงความแตกต่าง ความสัมพันธ์ และประโยชน์ต่าง ๆ

๑. คุณสมบัติที่เป็นเอกเทศ

 

จุดประสงค์ของคุณสมบัติที่เป็นเอกเทศหมายถึง คำที่ที่ถูกใช้กับอัล-กุรอานโดยตรง โดยไม่ต้องอิงอาศัยคำอื่น หรือต้องพึ่งคุณสมบัติอย่างอื่นมาอธิบายประกอบ อัล-กุรอานได้กล่าวถึงคุณสมบัติที่เป็นเอกเทศไว้ถึง ๔๐ ครั้งด้วยกัน เช่น

๑/๒. กิตาบและกุตุบ

 

คำว่า อัล-กิตาบ ถูกใช้เรียกเป็นชื่อของอัล-กุรอานถึง ๔๗ ครั้งด้วยกัน เช่น

 

ذَلِكَ الْكِتَابَ لاَ رَيْبَ فِيْهِ هُدَى لِلْمُتَّقِيْن

 

คัมภีร์นี้ ไม่มีข้อคลางแคลงในนั้น เป็นทางนำสำหรับผู้ยำเกรง[๓]

 

และโองการอื่นที่กล่าวถึง อัล-กิตาบ ว่าเป็นชื่อหนึ่งของอัล-กุรอาน เช่น อัล-บะเกาะเราะฮฺ ๑๗๖, ๒๓๑ /อาลิอิมรอน ๗ กล่าวสองครั้ง / อันนิซาอฺ ๑๐๕,๑๑๓,๑๒๗,๑๓๖,๑๔๐ กล่าวสองครั้ง / อัล-มาอิดะฮฺ๔๘ / อันอาม ๑๑๔ /อะอฺรอฟ ๑๙๖ / ยุนุซ ๑,๓๗/ ยุซุฟ ๑ / อัร เราะอฺดุ ๑ / อัล-ฮิจรฺ ๑ /อัน-นะฮฺลิ ๖๔,๘๙ / อัล-กะฮฺฟิ ๑ / มัรยัม ๑๖, ๔๑, ๕๑,๕๔,๕๖ / อัชชุอะรออฺ ๒/ อัล-เกาะซ็อด ๒,๘๖ /อัล อังกะบูต ๔๕,๔๗,๕๑ / ลุกมาน ๒/ อัซซัจดะฮฺ ๒ / ฟาฏิร ๓๑,๓๒/ อัซซุมัร ๑,๒,๔๑/ อัล-มุอฺมิน ๒/ อัช-ชูรอ ๑๗,๕๒/ อัซซุครุฟ ๒/ อัดดุคอน/ ๒ อัล-ญาซียะฮฺ ๒/ อัล-อิฮฺกอฟ ๒.

 

อีก ๙ ที่ซึ่งพิจารณาจากภายนอกแล้วอาจเป็นไปได้ว่าจุดประสงค์ของคำว่าอัล-กิตาบหมายถึง อัล-กุรอาน เช่น อัล-บะเกาะเราะฮฺ ๑๒๙, ๑๕๑,๑๗๗/ อาลิอิมรอน ๑๑๙,๑๖๔/ อัล-อะอฺรอฟ ๑๗๐/ อัล-อะฮฺซาบ ๖/ อัล-มุอฺมิน ๗๐/ อัล-ญุมุอะฮฺ ๒,

 

สามที่ใช้คำว่า กิตาบุลลอฮฺ เช่น อัล-อังฟาล ๕๗/ อัล-อะฮฺซาบ ๖/ ฟาฏิร ๒๙, และอาจเป็นไปได้ว่าจุดประสงค์ของคำว่า กิตาบุลลอฮฺในโองการที่ ๓๖ ซูเราะฮฺเตาบะฮฺหมายถึง อัล-กุรอาน

 

ส่วนอีกที่หนึ่งโองการที่ ๒๗ / อัลกะฮฺฟิ กล่าาว่าจุดประสงค์ของคำว่า กิตาบุ ร็อบบุกะ หมายถึงอัล-กุรอานนั้นเอง

 

และมี ๑๖ ที่คำว่า กิตาบ ถูกใช้ในฐานะของคำนามที่เป็นนักกิเราะฮฺ ซึ่งหมายถึงชื่อของอัล-กุรอาน เช่น อัล-บะเกาะเราะฮฺ ๘๙/ อ้ล-มาอิดะฮฺ ๑๕ / อันอาม ๙๒,๑๕๕/ อัล-อะอฺรอฟ ๒,๕๒ /ฮูด ๑ / อิบรอฮีม ๑ / อัน-นัมลิ ๑ / ซ็อด ๒๙ / อัล-ฟุซซิลัต ๓,๔๑ / อิฮฺกอฟ ๑๒,๓๐ / อัมบิยาอฺ ๑๐ / อัซ-ซุมัร ๒๓,

 

ซูเราะฮฺ ฟุซซิลัต โองการที่ ๔๑ ได้ใช้คำว่า อะซีซ เรียกอัล-กุรอาน ส่วนซูเราะฮฺอัล-มาอิดะฮฺ โองการที่ ๑๕ และซูเราะฮฺ อัน นัมลิ โองการที่ ๑ ใช้คำว่า มุบีน เรียกอัล-กุรอาน

 

ซูเราะฮฺ บัยยินะฮฺ โองการที่ ๓ ใช็คำว่า กุตุบ (พหูพจน์ของคำว่ากิตาบ) เรียกอัล-กุรอาน เช่น กล่าวว่า { فِيْهَا كتب فيمة} ในคัมภีร์นั้นมีบัญญัติอันเที่ยงตรง

 

คำว่า กิตาบ ในเชิงภาษาอาหรับเป็นมัซดัร (รากของคำ) หมายถึงการรวบรวม การบันทึก แต่ส่วนมากที่นำไปใช้หมายถึง การเขียน หรือการเขียนไว้แล้ว (ใช้ในฐานะที่เป็นกรรมของประโยค) ซึ่งจุดประสงค์ของอัลลอฮฺ (ซบ.) ที่ทรงใช้คำว่า กิตาบ ในอัล-กุรอานหมายถึงสิ่งที่ได้ถูกเขียนไว้แล้ว

 

ตรงนี้อาจมีคำถามว่า คุณสมบัติดังกล่าว (กิตาบ) ที่ถูกใช้เรียกอัล-กุรอานมีความเหมาะสมอย่างไร หลังจากโองการต่าง ๆ ถูกบันทึกไว้หมดแล้วคำนี้ยังถูกใช้เรียกอัล-กุรอานอีกหรือไม่ หรือก่อนหน้านั้น ซึ่งอัล-กุรอานยังไม่ได้ถูกบันทึกแล้วจะใช้คำว่า กิตาบ (หมายถึงสิ่งที่ได้ถูกเขียนไว้แล้ว) เรียกอัล-กุรอานได้อย่างไร มีหลายทัศนะ เช่น

 

- ทัศนะที่ ๑ บรรดานักตัฟซีรและนักปราชญ์ด้านความรู้เกี่ยวกับอัล-กุรอานมีความเห็นแตกต่างกันเกี่ยวกับเรื่องนี้ บางคนกล่าวว่า การใช้คำว่า กิตาบ เรียกอัล-กุรอานเป็นการใช้ที่ถูกต้องเป็นจริง พวกเขากล่าวว่า โองการต่าง ๆ ที่มีคำว่า กิตาบ ซึ่งให้ความหมายว่าเป็นอัล-กุรอาน หมายถึงช่วงเวลาที่โองการนั้นถูกประทานลงมามีบางส่วนของโองการได้ถูกบันทึกไว้แล้ว ด้วยเหตุนี้คำว่า กิตาบ จึงถูกใช้เรียกอัล-กุรอาน

 

ทัศนะดังกล่าวถ้าหากพิจารณาตามริวายะฮฺ ที่กล่าวถึงการประทานซูเราะฮฺลงมาอย่างเป็นระบบต่อเนื่อง ซึ่งซัรกะชียฺได้กล่าวว่าเป็นริวายะฮฺที่เชื่อได้ถือว่าเข้ากัน เนื่องจากคำพูดดังกล่าว หากนำไปเทียบเคียงกับอัล-กุรอานซูเราะฮฺบัยยินะฮฺ โองการที่ ๓ (ในคัมภีร์นั้นมีบัญญัติอันเที่ยงตรง) ซึ่งกล่าวถึงแผ่นบันทึกแห่งฟากฟ้า (เลาฮินมะฮฺฟูซ) เป็นโองการแรกที่ใช้คำว่า กิตาบ เรียกอัล-กุรอาน ซูเราะฮฺ ซ็อด โองการที ๒๙ (คัมภีร์ -อัลกุรอาน- เราได้ประทานลงมาให้แก่เจ้าซึ่งมีความจำเริญ เพื่อพวกเขาจะได้พินิจพิจารณาอายาตต่าง ๆ ของอัล-กุรอาน และเพื่อปวงผู้มีสติปัญญาจะได้ใคร่ครวญ) ซึ่งหลังจากประทานลงมาแล้ว ยังมีอัล-กุรอานมากกว่า ๓๕ ซูเราะฮฺถูกประทานตามลงมาภายหลัง เป็นธรรมดาที่ว่าบรรดามุสลิมในยุคนั้นได้ท่องจำและจดบันทึกโองการต่าง ๆ ที่ถูกประทานลงมาก่อนนั้น แต่คำพูดเช่นนี้ถือเป็นหลักฐานอ้างอิงไม่ได้ หรือถ้ายอมรับว่าสิ่งนี้เป็นเหตุผล นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า การใช้คำว่า กิตาบ เรียกอัล-กุรอานเป็นเพราะว่ามีบางส่วนของโองการถุกบันทึกไว้แล้ว

 

- ทัศนะที ๒ บางกลุ่มเชื่อว่าการใช้คำในลักษณะเช่นนี้เป็นการใช้ที่ไม่เป็นจริง แต่ต้องการสื่อความหมายว่าในอนาคตคงจะมีการจดบันทึกแน่นอน หรือต้องบันอย่างแน่นอน จึงได้ใช้คำนี้เรียกอัล-กุรอาน [๔]

 

ทัศนะดังกล่าวเนื่องจากขัดแย้งกับความเป็นจริงภายนอก และเป็นคำพูดที่ำไม่มีเหตุผลจึงไม่อาจยอมรับได้

 

- ทัศนะที่ ๓ สามารถกล่าวได้ว่าความหมายของ กิตาบ หมายถึง การเขียน หรือบันทึกหมายถึง สิ่งที่มีคุณค่าแก่การบันทึก เหมือนกับอัล-กุรอานอาน ในความหมายหนึ่งหมายถึง การอ่าน หมายถึงสิ่งที่มีคุณค่าแก่การอ่าน อิลาฮุน หมายถึงการเคารพภักดี หมายถึงสิ่งที่คู่ควรแก่การเคารพภักดี

 

การอธิบายเช่นนี้ทำให้จุดประสงค์ของ การเคารพภักดีเป็นที่ประจักษ์ชัดยิ่งขึ้นว่าความหมายที่แท้จริงของการเคารพภักดี นั้นหมายถึงสิ่งนั้นคู่ควรต่อการเคารพภักดีต่างหาก เราจึงได้แสดงความเคารพภักดี ไม่ได้หมายความว่าเป็นการเคารพภักดีในทุกรูปแบบ

 

การใช้คำว่า กิตาบ เรียกอัล-กุรอานสามารถกล่าวได้อีกลักษณะหนึ่งคือ จุดประสงค์ของการเขียน หมายถึง การเขียน หรือการบันทึกไว้ในเลาฮินมะฮฺฟูซ หรือบันทึกไว้ในคัมภีร์น้น แต่การบันทึกจะบันทึกอย่างไรนั้น ต้องรู้จักฐานะภาพของเลาฮินมะฮฺฟูซก่อนว่าเป็นอย่างไร

๓. ซุฮุฟ

 

คำว่าซุฮุฟ ถูกใช้เรียกอัล-กุรอาน ๒ ครั้ง กล่าวคือ

 

ครั้งที่ ๑ ซูเราะฮฺ อะบะซะ โองการที่ ๑๓ กล่าวว่า {في صحف كمرمة مرفوعة مطهرة}

 

ซึ่งอยู่ในคัมภีร์อันทรงเกียรติ ที่ได้รับการเทิดทูน ได้รับความบริสุทธิ์[๕]

 

ซึ่งคำว่า ซุฮุฟ ในที่นี้หมายถึงอัล-กุรอานนั้นเอง

 

ครั้งที่ ๒ ซูเราะฮฺ บัยยินะฮฺ โองการที่ ๒ กล่าวว่า {رسول من الله يتلوا صحفاً مطهرة}

 

เป็นเราะซูลคนหนึ่งจากอัลลอฮฺเพื่ออ่านคัมภีร์อันบริสุทธิ์[๖]

 

ซึ่งคำว่า ซุฮุฟ ในที่นี้ได้ถูกใช้เรียกบางส่วนของอัล-กุรอาน

 

คำว่า ซุฮุฟ เป็นพหูพจน์ของคำว่า เซาะฮีฟะฮฺ ซึ่งคำนี้หมายถึง สิ่งหนึ่งที่มีความกว้าง แต่ในที่นี้ความหมายที่ใกล้เคียงที่สุดคือ กิตาบ ส่วนจุดประสงค์ของรัศมีที่เรืองรองรายรอบนั้น หมายถึงวะฮฺยูที่ได้ถูกบันทึกอยู่บนนั้น รัศมีที่เรืองรอง และการบันทึกไว้บนนั้นจะทำอย่างไรไม่เป็นที่ชัดเจนสำหรับพวกเรา

 

๔/๕. ฮะดีซและอะฮฺซะนุลฮะดีซ

 

คำว่า ฮะดีซ ถูกใช้เรียกอัล-กุรอาน ๔ ครั้ง ดังกล่าวว่า

 

فليأتوا بحديث مثله ان كانوا صادقا

 

ดังนั้น พวกเขาจงนำคำกล่าวเช่นเดียวกันนี้มา หากพวกเขาเป็นผู้สัตย์จริง[๗]

 

ส่วนอีก ๓ ครั้งที่อัล-กุรอานได้ใช้คำนี้เีรียกอัล-กุรอานคือ ซูเราะฮฺ อัล-กะฮฺฟฺ โองการที่ ๖ / อัล-วากิอะฮฺ ๘๑ / และอัล-เกาะลัม ๔๔

 

อาจเป็นไปได้ว่าจุดประสงค์ของฮะดีซในซูเราะฮฺ อัล-อะอฺรอฟ ๑๘๕ / และอัล-มุรเซาะลาต ๕๐ ว่าหมายถึงอัล-กุรอาน ส่วนคำว่า อะฮฺซะนุลฮะดีซ ถูกใช้ในอัล-กุรอานซูเราะฮฺ อัซซุมัร โองการที ๒๓ เพียงครั้งเดียว

 

คำว่า ฮะดีซ ถูกใช้ใน ๒ ความหมายด้วยกันกล่าวคือ หมายถึง สิ่งใหม่ ๆ หรือใหม่ และหมายถึง คำพูด แม้ว่ารากเดิมของความหมายจะหมายถึง สิ่งใหม่ ๆ ก็ตาม แต่ในที่นี้ ฮะดีซ ที่ถูกใช้เรียกอัล-กุรอาน หมายคำพูด ส่วน อะฮฺซะนุลฮะดีซ หมายถึง คำพูดที่ดีที่สุด

 

[๑]ซัรกะชียฺ บัดรุดดีนมุฮัมมัด อัลบุรฮานฟี อุลูมิลกุรอาน พิมพ์ครั้งที่ ๑ ดารุลฟิกรฺ เบรุต ๑๔๐๘ เล่มที่ ๑ หน้าที่ ๓๔๓

 

[๒] ฏูซียฺ อะบูญะอฺฟัร มุฮัมมัด อัตติบยาน อัลญามิอฺ ลิอุลูมิลกุรอาน พิมพ์ครั้งที่ ๑ มักตะบุลอิอฺลามิลอิสลาม กุม ๑๔๐๙ เล่มที่ ๑ หน้าที่ ๑๗-๑๙

 

[๓] อัล-บะเกาะเราะฮฺ / ๒

 

[๔] อาลุซียฺ , ชะฮาบุดดีน ซัยยิดมะฮฺมูด, รูอุลมะอานีฟีตัฟซีริลกุรอาน อัลอะซีม วัซับอุลมะซานี พิมพ์ครั้งที่ ๑ ดารุลฟิกรฺ เบรูต ๑๔๐๘ เล่มที่ ๑ หน้าที่ ๑๐๖

 

[๕] อะบะซะ / ๑๓

 

[๖] อัล-บัยยินะฮฺ / ๒

 

[๗] อัฏฏูร / ๓๔

ขอขอบคุณเว็บไซต์อัชชีอะฮ์

  73
  0
  0
امتیاز شما به این مطلب ؟

آخر المقالات

      السيد محمد تقي الخونساري
      السيد محسن الأمين العاملي
      الشيخ عبد الحسين البغدادي
      الشيخ محمد جواد البلاغي
      السيد حسن الصدر
      المؤاخاة من السياسة الداخلية الحكيمة للرسول الأكرم ...
      كيف تكتب بحثا أو رسالة ماجستير أو دكتوراه
      الأدب النبوي
      ترتيلات عاشورائية.. وعطاءات المدرسة الحلِّية
      لغة القرآن إعراب سورة الكوثر

 
user comment