ไทยแลนด์
Friday 17th of January 2020
  1263
  0
  0

บทเรียนจากตัฟซีรเนะฮ์มูเนะฮ์ โองการที่ 106 บทอัตเตาบะฮ์

บทเรียนจากตัฟซีรเนะฮ์มูเนะฮ์ โองการที่ 106 บทอัตเตาบะฮ์

 

โองการนี้ กล่าวถึงอีกกลุ่มชนหนึ่ง ซึ่งเป็นกลุ่มที่แสดงความขัดแย้ง ทั้งที่ชะตากรรมของพวกเขานั้นขึ้นอยู่พระเจ้า โดยกล่าวว่า

 

وَآخَرُونَ مُرْجَوْنَ لأَمْرِ اللّهِ إِمَّا يُعَذِّبُهُمْ وَإِمَّا يَتُوبُ عَلَيْهِمْ وَاللّهُ عَلِيمٌ حَكِيمٌ

 

คำแปล :

 

106. และมีกลุ่มชนอีกกลุ่มหนึ่ง ที่ยังรอคำบัญชาของอัลลอฮ์  (ภารกิจของเขาขึ้นอยู่กับพระเจ้า) พระองค์อาจจะทรงลงโทษพวกเขาและอาจจะทรงอภัยโทษให้แก่พวกเขา และอัลลอฮ์ เป็นผู้ทรงรอบรู้ ผู้ทรงปรีชาญาณ

 

สาเหตุแห่งการประทานลงมา :

 

เรื่องราวของการประทานโองการนี้ลงมา ได้มีการกล่าวไว้ถึง 2  ลักษณะด้วยกัน บนพื้นฐานของรายงานบางบทกล่าวว่า โองการข้างต้นประทานให้กับบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาที่ก่อสงครามกับบรรดามุสลิม และได้ทำชะฮีด (สังหาร) มุสลิม หลังจากนั้นได้หันหลังให้กับการปฏิเสธ โดยเข้ายอมรับอิสลาม[1] ซึ่งตามสาระของโองการข้างต้นชะตาชีวิตของพวกเขาขึ้นอยู่กับพระบัญชาของพระเจ้า

 

นักตัฟซีรบางกลุ่ม กล่าวว่าโองการดังกล่าวถูกประทานให้แก่คน 3 คนได้แก่ หิลาล บิน อุมัยยะฮ์ มุรอเราะฮ์ บิน เราะบีอ์ และกะอ์บ์ บิน มาลิก ที่ฝ่าฝืนไม่ออกทำสงครามตะบูก ซึ่งรายละเอียดของพวกเขาถูกกล่าวไว้ในโองการที่ 118 บทเตาบะฮ์นี้เอง[2]

 

คำอธิบาย :

 

โองการนี้กล่าวถึงกลุ่มชนอีกกลุ่มหนึ่งที่กระทำความผิด ซึ่งบั้นปลายสุดท้ายของการงานของพวกเขาไม่เป็นที่ชัดเจนว่า จะได้รับความเมตตาจากอัลลอฮ์ หรือว่าจะสิ้นหวังในการวิงวอนขออภัยโทษต่อพระองค์ ดังนั้น

1.โองการจึงกล่าวถึงมุสลิมที่กระทำความผิด ซึ่งพวกเขามีความศรัทธาไม่มั่นคง และกระทำความดีงามไว้ไม่เพียงพอที่จะช่วยเหลือพวกเขา ขณะที่พวกเขาก็มิได้ก่อความเสียหายอันใดจนเกินเลย และไม่ได้หันเหออกไปจากสัจธรรมชนิดสุดตัว ซึ่งพวกเขาก็ยังมีความรักและความอาลัยอยู่ ดังนั้น พวกเขาจึงปล่อยชะตาชีวิตไว้กับบัญชาของพระเจ้า

 

คำว่า มัรญูน มาจากรากศัพท์คำว่า อัรญาอ์ หมายถึง ความล่าช้า หรือการหยุดชงัก ตามความหมายเดิม เราะญาอ์ หมายถึง ความหวัง อีกด้านหนึ่งมนุษย์นั้นบางครั้งจะให้ความหวังกับบางสิ่งจึงปล่อยให้ล่าช้าออกไป คำๆ นี้จึงให้ความหมายว่า ล่าช้า ขณะที่ความล่าช้านั้นมักจะมาพร้อมกับความหวัง เพื่อที่จะได้ใช้ความรู้และวิทยปัญญาของตนแก้ไขปัญหานั้นให้ลุล่วงไป

 

2.อีกบางกลุ่มจากโองการข้างต้น (102 บทอัตเตาบะฮ์) กล่าวถึง กลุ่มชนที่ฝ่าฝืนไม่ยอมออกสงครามตะบูก  แต่หลังจากสำนึกตัวแล้วได้ทำการกลับใจ โดยมีความหวังในการอภัย ดังนั้น จะเห็นได้ว่าคน 2 กลุ่มนี้มีความแตกต่างกันในหลายประเด็นด้วยกัน

 

ประการแรก คนกลุ่มแรกได้รีบเร่งวิงวอนขออภัยและกลับใจ พร้อมกับได้แสดงสัญลักษณ์ของการสำนึกผิดของตนออกมา จนกระทั่งได้มัดตัวเองติดไว้กับเสาในมัสญิดศาสดา แต่คนกลุ่มที่สองมิได้กระทำเช่นนั้น

 

ประการที่สอง คนกลุ่มแรกฝ่าฝืนเฉพาะสงครามตะบูกเท่านั้น แต่คนกลุ่มที่สองนี้ ตามรายงานบางบท กล่าวว่า เขาได้กระทำบาปใหญ่กล่าวคือได้สังหารท่านฮัมซะฮ์ ผู้เป็นลุงสุดที่รักของท่านศาสดา (ซ็อลฯ) ซึ่งสิ่งนี้ไม่ใช่ง่ายเลยหากต้องการจะชดเชยในการกระทำของตน

 

บทเรียนจากโองการ :

 

1. พระหัตถ์ของพระเจ้าเปิดกว้างเสมอสำหรับการลงโทษและการอภัยในความผิด เพียงแต่พระองค์ปฏิบัติไปตามวิทยปัญญาและความรอบรู้ของพระองค์

 

2. เกี่ยวกับชะตาชีวิตของผู้เป็นมุสลิม (ที่กระทำความผิด) อย่าได้รีบด่วนตัดสินเขาเป็นอันขาด ทว่าจงปล่อยให้ชะตาชีวิตของพวกเขาอยู่ในพระหัตถ์ของพระเจ้าดีกว่า

 

เชิงอรรถ


[1]ตัฟซีรศอฟี เล่ม 2 หน้า 374

[2] บิฮารุลอันวาร เล่ม 21 หน้า 202 และ 204, มัจญ์มะอุลบะยาน อธิบายโองการดังกล่าว

  1263
  0
  0
امتیاز شما به این مطلب ؟

latest article

    ...
    รักลูกให้ถูกทาง
    ...
    ...
    อัลกุรอาน ...
    ...
    อัลกุรอาน คัมภีร์แห่งทางนำ
    ...
    อิมามซัจญาด (อ.) ...
    อักษรย่อในอัลกุรอาน

latest article

    ...
    รักลูกให้ถูกทาง
    ...
    ...
    อัลกุรอาน ...
    ...
    อัลกุรอาน คัมภีร์แห่งทางนำ
    ...
    อิมามซัจญาด (อ.) ...
    อักษรย่อในอัลกุรอาน

 
user comment