ไทยแลนด์
Monday 22nd of April 2019
  1298
  0
  0

ดุอากุเมล มรดกอันล้ำค่า

ดุอากุเมล มรดกอันล้ำค่า

การวิงวอน
การวิงวอนขอให้พระผู้เป็นเจ้าทรงปลดเปลื้องความต้องการทั้งทางวัตถุและจิตวิญญาณ และการระบายความในใจกับพระองค์นั้น ถือเป็นจารีตประเพณีที่ถือปฏิบัติกันอย่างเคร่งครัดในหมู่ศาสนิกชนของศาสนาใหญ่ๆ ของโลก

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ศาสนาอิสลามซึ่งประกาศตนว่าเป็นระบอบแห่งวิถีชีวิตของมนุษย์ จารีตอันทรงคุณค่าดังกล่าวได้ถูกกำหนดให้เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตของมุสลิมเลยทีเดียว

บทขอพรอันทรงคุณค่ามากมายที่ได้รับการร้อยเรียงจากท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ) และครอบครัวผู้บริสุทธิ์ของท่าน (อ) และส่งทอดเป็นมรดกอันล้ำค่าผ่านชนรุ่นแล้วรุ่นเล่ามาจนถึงทุกวันนี้ นอกจากเป็นเครื่องยืนยันถึงข้อเท็จจริงข้างต้นแล้ว สารัตถะอันลุ่มลึกของบทขอพรเหล่านั้นยังสำแดงให้เป็นที่ประจักษ์อีกเช่นกันว่า สิ่งเหล่านี้มิใช่ผลผลิตของปัญญาของมนุษย์อย่างแน่นอน แต่มันคือการวิวรณ์และการประพันธ์จากฟากฟ้า

“ดุอากุเมล” ซึ่งเป็นบทขอพรที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย และเป็นบทขอพรที่ท่านผู้นำมวลศรัทธาชน อะลี บุตรของ อะบูฏอลิบ (อ) ได้สอนให้กับ กุเมล บุตรของ ซิยาด อันนะคออีย์ และบรรดามุสลิมต่างพากันรักษาการอ่านบทขอพรบทนี้ในคืนวันศุกร์อย่างเคร่งครัดนั้น คือมรดกอันล้ำค่าอีกชิ้นหนึ่งของครอบครัวแห่งนุบูวะฮฺนี้

สารัตถะของดุอากุเมลอุดมไปด้วยแนวคิดเกี่ยวกับการถวายกายและใจเป็นข้าทาสของพระผู้เป็นเจ้า (อุบูดียะฮฺ) การขอลุแก่โทษ (เตาบะฮฺ) การนอบน้อมถ่อมตน ณ เบื้องพระพักตร์ของพระองค์ และยังเปี่ยมล้นไปด้วยการยึดพระผู้เป็นเจ้าเป็นที่พึ่ง การขอความช่วยเหลือ และการบากหน้ากลับมาหาพระองค์ สารัตถะทั้งมวลนี้ได้รับการร้อยเรียงไว้ในสามขั้นตอน ซึ่งแต่ละขั้นตอนคือการปูทางและบันไดที่ทอดขึ้นไปสู่ขั้นที่สูงกว่า และการทำความเข้าใจขั้นตอนทั้งสามนี้จะมีส่วนช่วยอย่างมากต่อการอ่านและเข้าถึงแนวคิดต่างๆ ของดุอากุเมล

ขั้นตอนที่หนึ่ง
ขั้นตอนนี้อยู่ในฐานะของบทนำเข้าสู่การขอพรที่จะเตรียมความพร้อมให้กับผู้วอนขอสำหรับการยืนอยู่ ณ เบื้องพระพักตร์ของพระผู้เป็นเจ้าและวิงวอนขอจากพระองค์ เพราะบาปและอกุศลกรรมนั้นคือม่านกั้นระหว่างมนุษย์กับพระผู้เป็นเจ้าและเป็นตัวสกัดกั้นการขอพร ดังนั้น มนุษย์จะต้องก้าวข้ามปราการนี้ไปก่อนเป็นลำดับแรก

อิมามอะลี (อ) ได้เริ่มขั้นที่หนึ่งด้วยกับการวอนขอสิ่งสองประการจากพระผู้เป็นเจ้า ประการแรกคือการวิงวอนขอการอภัยจากพระองค์
اللهم اغفر لی الذنوب التی تهتک العصم ، اللهم اغفر لی الذنوب التی تنزل النقم ...
“โอ้อัลลอฮฺ โปรดทรงอภัยแก่ฉันในความผิดบาปที่ฉีกม่าน (แห่งการครองตนให้บริสุทธิ์ของฉัน)
โอ้อัลลอฮฺ โปรดทรงอภัยแก่ฉันในความผิดบาปที่หลั่งการลงโทษ (ลงมายังฉัน)”
ส่วนอีกประการหนึ่ง อิมามอะลี (อ) ได้วอนขอความสามารถในการเข้าใกล้ชิดพระผู้เป็นเจ้า และความสัมฤทธิผลในการขอบคุณและการรำลึกถึงพระองค์ เพื่อที่จะสามารถยืนขึ้น ณ เบื้องพระพักตร์ของพระองค์ในการวิงวอนขอต่อพระองค์ได้ว่า
و أسألک بجودک أن تدنینی من قربک و أن توزعنی شکرک و أن تلهمنی ذکرک
“และด้วยกับความโอบอ้อมอารีของพระองค์ ฉันร้องขอต่อพระองค์ได้โปรดทรงนำฉันเข้าใกล้ชิดพระองค์
โปรดทรงประทานให้ฉันมีวาสนาในการขอบคุณ (ต่อความโปรดปรานของ) พระองค์
และโปรดทรงดลใจให้ฉันรำลึกถึงพระองค์ด้วยเถิด”
หลังจากนั้น อิมามอะลี (อ) ได้เผยให้เห็นถึงความขาดแคลน ความต้องการและความหวังของท่านต่อพระผู้เป็นเจ้าว่า

اللهم و أسألک سؤال من اشتدت فاقته ، و أنزل بک عند الشدائد حاجته ، و عظم فیما عندک رغبته
“โอ้อัลลอฮฺ ฉันร้องขอต่อพระองค์เฉกเช่นการร้องขอของผู้ที่มีความขัดสนอย่างที่สุด
เฉกเช่นผู้ที่เอ่ยปากขอต่อพระองค์เท่านั้นในยามตกยาก
และเฉกเช่นผู้ที่มีความหวังอันแรงกล้าในสิ่งที่มีอยู่ ณ พระองค์”
อิมามอะลี (อ) ได้เผยให้เห็นถึงความจริงสองประการที่ว่าไม่มีทางหลบหนีไปจากพระผู้เป็นเจ้าได้

اللهم عظم سلطانک و علا مکانک و خفی مکرک و ظهر أمرک و غلب قهرک و جرت قدرتک و لایمکن الفرار من حکومتک
“โอ้อัลลอฮฺ อำนาจครอบครองของพระองค์นั้นยิ่งใหญ่นัก ฐานันดรขอพระองค์ช่างสูงส่งยิ่ง
แผนการของพระองค์นั้นซ่อนเร้น ส่วนพระบัญชาของพระองค์นั้นชัดแจ้ง
การกำราบของพระองค์พิชิตทุกสิ่ง พลานุภาพของพระองค์แทรกซึมอยู่ในทุกอณู
และไม่มีทางหลบหนีไปจากปริมณฑลแห่งอำนาจปกครองของพระองค์ได้”
และความจริงที่ว่าอื่นจากพระผู้เป็นเจ้ามิใช่ที่พึ่งพิงสำหรับมนุษย์

اللهم لاأجد لذنوبی غافرًا و لالقبائحی ساترًا و لا لشیء من عملی القبیح بالحسن مبدلاً غیرک لا إله ألا أنت
“โอ้อัลลอฮฺ ฉันไม่พบว่าจะมีผู้ใดสามารถลบล้างความผิดบาปของฉัน ปกปิดการกระทำอันน่ารังเกียจของฉัน
และเปลี่ยนการงานที่น่ารังเกียจของฉันให้เป็นความดีงามได้ นอกจากพระองค์
ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระองค์เท่านั้น”

ความอับโชคและชะตากรรมอันเลวร้ายของของมนุษย์คืออีกสิ่งหนึ่งที่อิมามอะลี (อ) นำมากล่าวถึงในบทนำเข้าสู่การวิงวอนของท่านว่า
اللهم عظم بلائی و أفرط بی سوء حالی و قصرت بی أعمالی و قعدت بی أغلالی و حبسنی عن نفعی بعد أملی و خدعتنی الدنیا بغرورها
و نفسی بجنایتها و مطالی یا سیدی
“โอ้อัลลอฮฺ ความอัปมงคลและภัยพิบัติที่มาประสพกับตัวฉันนั้นช่างมหันต์เหลือเกิน
สภาพของฉันก็เลวร้ายเกินขีดขั้นของมันไปแล้ว ส่วนกุศลกรรมของฉันก็ขาดตกบกพร่อง
โซ่ตรวนแห่งความเสน่หาและผูกพัน (อยู่กับโลกียะ) ได้ทำให้ฉันลุกไม่ไหวแล้ว
ความหวังลมๆ แล้งได้กักกันฉันจากคุณานุประโยชน์ที่ฉันควรจะได้รับในชีวิต
โลกนี้ก็ได้ใช้รูปโฉมภายนอกอันงดงามของมันหลอกลวงฉัน
และฉันได้ใช้ชีวิตให้หมดไปอย่างเลินเล่อกับการก่อกรรมทำเข็ญ
โอ้ นายของฉัน”
ความอับโชคและชะตากรรมอันเลวร้ายเหล่านี้คือผลพวงของสิ่งที่น้ำมือของมนุษย์ได้ประกอบขึ้นเอง ดังนั้น เขาจึงร้องขอให้พระผู้เป็นเจ้าทรงลบล้างความชั่วดังกล่าว และอย่าทรงปล่อยให้มันปิดกั้นเขาจากการดุอา

فأسألک بعزتک أن لا یحجب عنک دعائی سوء عملی و فعالی و لا تفضحنی بخفی ما اطلعت علیه من سری
و لا تعاجلنی بالعقوبة علی ما عملته فی خلواتی من سوء فعلی و إساءتی و دوام تفریطی و جهالتی و کثرة شهواتی و غفلتی
“ดังนั้น ด้วยกับเกียรติของพระองค์ โปรดอย่างทรงให้การกระทำและความประพฤติชั่วของฉันขัดขวางฉันจากการขอพร
โปรดอย่าทรงทำให้ฉันอับอายขายหน้าด้วยกับ (การเปิดเผย )ความลับเกี่ยวกับตัวฉันที่พระองค์ทรงตระหนักดี
โปรดอย่าทรงด่วนลงโทษฉันเนื่องจากการกระทำและพฤติกรรมชั่วที่ฉันได้กระทำมันอย่างลับๆ
รวมทั้งการยืนกรานอยู่ในความเลินเล่อ ความเขลา ตัณหาราคะอันมากมาย และการหลับใหล”
และในที่สุด หลังจากบ่าวได้ยอมรับความผิดบาป การฝ่าฝืน และความโชคร้ายของตน และประกาศว่าเขาไม่อาจหลบหนีไปจากพระผู้เป็นเจ้าได้ และต้องพึ่งพิงพระองค์เท่านั้น และร้องขอให้พระองค์อย่างได้ทรงลงโทษเขาเนื่องจากการกระทำชั่วและบาปกรรมของตนแล้ว บ่าวจะประกาศว่าเขาได้บากหน้ากลับมาหาพระผู้ทรงเป็นนายและเจ้าชีวิตของเขาแล้วอย่างผู้สำนึกผิดที่หัวใจแตกสลาย และร่ำร้องขอการอภัยโทษ และตระหนักดีว่าไม่มีทางหนีพ้นไปจากพระองค์ได้ นอกจากต้องบากหน้ากลับมาหาพระองค์ และไม่มีที่พึ่งใดๆ ในยามอัปโชคเช่นนี้นอกจากพระผู้เป็นเจ้าเท่านั้น

و قد أتیتک یا الهی بعد تقصیری و إسرافی علی نفسی معتذرًا نادمًا منکسرًا مستقیلاً مستغفرًا منیبا مقرًا مذعنًا معترفًا
لا أجد مفرًا مما کان منی و لا مفزعًا أتوجه إلیه فی أمری غیر قبولک عذری و إدخالک إیای فی سعة رحمتک
“และบัดนี้ โอ้พระเจ้าข้า ฉันได้บากหน้ามาหาพระองค์แล้ว ในขณะที่ได้ละเลยเพิกเฉยเกี่ยวกับพระองค์ เลยเถิดต่อตนเอง ร้องขอความเห็นใจ สำนึกผิด หัวใจแตกสลาย ร่ำร้องขอการอภัย ถวิลหาการลบล้างความผิด บากหน้ากลับมายอมรับและสารภาพผิด และฉันไม่พบทางหนีรอดไปจากสิ่งที่ฉันได้ก่อไว้ อีกทั้งไม่มีที่พึ่งใดๆ ที่จะหันไปพึ่งพิงในเรื่องของฉันได้อีกแล้ว นอกจากพระองค์จะทรงยอมรับคำแก้ตัวของฉัน และนำฉันเข้าไปอยู่ในความไพศาลแห่งพระเมตตาของพระองค์เท่านั้น”

ขั้นตอนที่สอง
หลังจากสิ้นสุดบทนำเข้าสู่ดุอากุเมล อิมามอะลี (อ) ได้ใช้อานิสงส์จากสื่อกลางทั้งสี่ประการในการสร้างสายสัมพันธ์กับพระผู้เป็นเจ้า ซึ่งสื่อกลางดังกล่าวประกอบด้วย

สื่อที่หนึ่ง ได้แก่ความโปรดปราน ความเมตตา และความรักที่พระผู้เป็นเจ้าทรงมอบให้กับบ่าวของพระองค์เสมอมาในอดีต
یا من بدأ خلقی و ذکری و تربیتی و برّی ، هبنی لابتداء کرمک و سالف برّک بی
“โอ้ผู้ทรงสร้างฉัน คิดถึงฉัน อบรมสั่งสอนฉัน หยิบยื่นความดีงามแก่ฉัน
และให้ข้าวให้น้ำแก่ฉันมาตั้งแต่แรกเริ่ม โปรดทรงยกโทษให้ฉันดังที่พระองค์เคยทรงเอื้ออาทรฉันมาแล้วแต่เก่าก่อน
และทรงหยิบยื่นความดีงามต่างๆ แก่ฉันเสมอมา”

สื่อที่สอง ได้แก่ความรักของเราที่มีต่อพระองค์และการยอมรับความเป็นเอกะของพระองค์
أتراک معذبی بنارک بعد توحیدک و بعد ما انطوی علیه قلبی من معرفتک و لهج به لسانی من ذکرک
و اعتقده ضمیری من حبک و بعد صدق اعترافی و دعائی خاضعًا لربوبیتک
“หลังจากที่ฉันได้ยอมรับในความเป็นเอกะของพระองค์ และหลังจากที่รัศมีแห่งการรู้จักพระองค์ได้สถิตอยู่ในใจฉัน
และลิ้นของฉันก็ง่วนอยู่กับการรำลึกถึงพระองค์ และจิตใจของฉันผูกพันอยู่กับความรักของพระองค์อย่างเหนียวแน่น
และหลังจากการยอมรับด้วยความสัจจริงและการวอนขออย่างนบนอบต่อสถานภาพแห่งการอภิบาลของพระองค์
พระองค์จะทรงลงโทษฉันด้วยไฟนรกอีกกระนั้นหรือ ?”

สื่อที่สาม ได้แก่ความอ่อนแอและความเปราะบางของสรีระของเราต่อการแบกรับการลงโทษ
و أنت تعلم ضعفی عن قلیل من بلاء الدنبا و عقوباتها و ما یجری فیها من المکاره علی أهلها علی أن ذلک بلاء و مکروه
قلیل مکثه یسیر بقائه قصیر مدته ، فکیف احتمالی لبلاء الآخرة و جلیل وقوع المکاره فیها ...
یا الهی و ربی و سیدی و مولای ، لأیّ الامور إلیک أشکو و لما منها أضج و أبکی
لألیم العذاب و شدته أم لطول البلاء و مدته
“พระองค์ทรงตระหนักดีถึงการไร้ความสามารถของฉันในการอดทนต่อภัยพิบัติ
และการลงโทษอันน้อยนิดของโลกนี้ และเหตุการณ์อันไม่พึงปรารถนาที่มักจะประสพกับชาวโลกอยู่เสมอ
ในขณะที่ภัยพิบัติและสิ่งอันไม่พึงปรารถนาเหล่านี้เกิดขึ้นเพียงประเดี๋ยวเดียว คงอยู่ไม่นาน และมีช่วงเวลาสั้นๆ
แล้วฉันจะอดทนต่อภัยพิบัติของปรโลกและความมหันต์ของสิ่งอันไม่น่าพึงปรารถนาในโลกนั้นได้อย่างไร? ...
โอ้พระเจ้าของฉัน พระผู้อภิบาของฉัน นายของฉัน และเจ้าชีวิตของฉัน
ฉันจะร้องเรียนสิ่งใดต่อพระองค์ดี และฉันจะฟูมฟายและร่ำไห้ให้กับสิ่งใดดี
ระหว่างความเจ็บปวดและความสาหัสสากรรจ์ของการลงโทษ
หรือความยาวนานของภัยพิบัติ ?”

สื่อที่สี่ สิ่งสุดท้ายที่อิมามอะลี (อ) ยึดเอาเป็นสื่อกลางในการเข้าหาพระผู้เป็นเจ้าได้แก่ การบากหน้ากลับมาหานายของบ่าวที่หนีไปจากนายของตนด้วยการฝ่าฝืน และการขอความช่วยเหลือจากนายของตนในยามที่ไม่มีหนทางใดๆ สำหรับเขาอีกแล้วนอกจากต้องหวนกลับมาพึ่งพิงนายของตนเท่านั้น อิมามอะลี (อ) ได้พรรณนาสื่อที่สี่นี้ไว้ให้เห็นภาพพจน์อย่างชัดเจนว่า
فبعزتک یا سیدی و مولای اقسم صادقًا لإن ترکتنی ناطقاً لأضجن إلیک بین أهلها ضجیج الآملین
و لأصرخن إلیک صراخ المستصرخین و لأبکین علیک بکاء الفاقدین و لأنادینک این کنت یا ولی المؤمنین
یا غایة آمال العارفین یا غیاث المستغیثین یا حبیب قلوب الصادقین و یا إله العالمین
“ขอสาบานด้วยเกียรติยศของพระองค์ โอ้นายและเจ้าชีวิตขอฉัน
ฉันขอสาบานด้วยความสัจจริงว่า หากพระองค์ทรงให้ฉันพูดได้ (ในนรก)
แน่นอนที่สุด ฉันก็จะกู่ร้องถวิลหาพระองค์ในท่ามกลางชาวนรกด้วยความหวัง
และจะร้องขอความช่วยเหลือจากพระองค์ และจะร้องไห้คร่ำครวญให้กับความห่างไกลของฉัน
จากพระองค์เหมือนผู้สูญเสียคนที่ตนรัก และฉันจะเรียกหาพระองค์ว่า
โอ้มิตรและผู้คุ้มครองมวลศรัทธาชน โอ้ผู้ทรงเป็นความหวังสูงสุดสำหรับผู้ที่รู้จักพระองค์
โอ้ผู้ทรงหยิบยื่นความช่วยเหลือให้แก่ผู้จนตรอก โอ้ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งในดวงจิตของผู้สัจจริง
และโอ้พระผู้เป็นเจ้าแห่งชาวโลกทั้งผอง พระองค์ทรงอยู่ที่ไหนเล่า ?”

ขั้นตอนที่สาม
บัดนี้ เราจะก้าวเข้าไปสู่ขั้นตอนที่สามของดุอากุเมลพร้อมกับอิมามอะลี (อ) ในขั้นตอนนี้ ท่านอิมามได้แจกแจงความต้องการของท่านต่อพระผู้เป็นเจ้าทีละประการ โดยเริ่มจากจุดที่ต่ำที่สุดอันได้แก่ตัวของบ่าวเองและการกระทำของเขา
أن تهب لی فی هذه اللیلة و فی هذه الساعة کل جرم أجرمته و کل ذنب أذنبته و کل قبیح أسررته
“โปรดอภัยแก่ฉันในคืนนี้และในยามนี้ ซึ่งทุกๆ บาปกรรมที่ฉันได้ก่อไว้ ทุกๆ ความชั่วที่ฉันได้ประกอบไว้
และทุกๆ งานอันน่ารังเกียจที่ฉันได้ปกปิดไว้”
จนถึงจุดสูงสุดอันได้แก่ความปรารถนาของบ่าวในความไพศาลแห่งพระเมตตาของนายของตน
و اجعلنی من أحسن عبیدک نصیباً عندک و أقربهم منزلة منک و أخصهم زلفة لدیک
“โปรดบันดาลให้สิ่งที่ฉันจะได้รับ ณ พระองค์มีความเลอเลิศกว่าสิ่งที่ปวงบ่าวคนอื่นๆ
ของพระองค์จะได้รับ และโปรดบันดาลให้ฉันมีฐานันดรใกล้ชิดพระองค์มากกว่าพวกเขา
และโปรดบันดาลให้ตำแหน่งฐานะของฉันในท้องพระโรงของพระองค์นั้น
มีความพิเศษมากกว่าพวกเขาด้วยเถิด”

ในระหว่างนั้น อิมามอะลี (อ) ได้วอนขอความต้องการต่างๆ ของท่านจากพระผู้เป็นเจ้า ซึ่งแบ่งออกเป็นสี่ประเภทด้วยกัน
ก) ความต้องการให้พระผู้เป็นเจ้าทรงอภัยโทษความผิดบาปและทรงมองข้ามความชั่วที่เราได้ประกอบไว้

أن تهب لی فی هذه اللیلة و فی هذه الساعة کل جرم أجرمته و کل ذنب أذنبته و کل قبیح أسررته
و کلی جهل عملته کتمته أو أعلنته أخفیته أو أظهرته ، و کل سیئة أمرت بإثباتها الکرام الکاتبین
الذین وکلتهم بحفظ ما یکون منی و جعلتهم شهوداً علی مع جوارحی
“โปรดอภัยแก่ฉันในคืนนี้และในยามนี้ ซึ่งทุกๆ บาปกรรมที่ฉันได้ก่อไว้ ทุกๆ ความชั่วที่ฉันได้ประกอบไว้
ทุกๆ งานอันน่ารังเกียจที่ฉันได้ปกปิดไว้ และทุกๆ ความเขลาที่ฉันได้กระทำขึ้น ทั้งโดยลับหรือเปิดเผย
ทั้งที่ฉันได้ปิดบังมันไว้หรือกระทำต่อหน้าธารกำนัล และทุกๆ ความชั่วที่พระองค์ทรงบัญชาให้บรรดาอาลักษณ์
ผู้ทรงเกียรติของพระองค์จดบันทึกมันไว้ พวกเขาคือบรรดาอาลักษณ์ที่พระองค์ทรงมอบหมายให้บันทึก
การกระทำของฉัน และทรงทำให้พวกเขาเป็นพยานต่อต้านฉันร่วมกับอวัยวะต่างๆ ในเรือนร่างของฉัน”

ข) ความต้องการให้พระผู้เป็นเจ้าทรงประทานความเมตตาและความดีงามแก่เราอย่างมากมาย
و أن توفر حظیّ من کل خیر أنزلته أو إحسان فضّلته أو بر نشرته أو رزق بسطته
“โปรดเพิ่มพูนส่วนที่ฉันจะได้รับจากทุกๆ ความดีงามที่พระองค์ทรงหลั่งลงมา
หรือทุกๆ ความกรุณาที่พระองค์ทรงโปรดปราน หรือทุกๆ ความดีที่พระองค์ทรงแพร่กระจายมันออกไป
หรือทุกๆ ปัจจัยยังชีพที่พระองค์ทรงแผ่ขยายมัน”

ค) ความปรารถนาที่จะผูกพันอยู่กับพระผู้เป็นเจ้าและถวิลหาพระองค์ตลอดเวลา ซึ่งความต้องการในประเภทที่สามนี้เป็นส่วนที่ยาวที่สุดของดุอากุเมล และเป็นสิ่งที่อิมามอะลี (อ) ได้ให้ความสำคัญสูงสุดในการวอนขอ โดยท่านได้วอนขอให้พระผู้เป็นเจ้าทรงบันดาลให้ชีวิตของท่านได้รับการหล่อเลี้ยงด้วยการรำลึกถึงพระองค์และรับใช้พระองค์อยู่เสมอ ท่านได้วอนขอให้พระองค์ทรงประทานความอุตสาหะเพื่อให้บรรลุสู่ความเกรงกลัวพระองค์ให้แก่ท่าน และวอนขอให้ท่านได้อยู่ใกล้ชิดพระองค์

أسألک أن تجعل أوقاتی من اللیل و النهار بذکرک معمورة و بخدمتک موصولة ...
قوّ علی خدمتک جوا رحی واشدد علی العزیمة جوانحی و هب لی الجدّ فی خشیتک و الدوام فی الاتصال بخدمتک
حتی أسرح إلیک فی میادین السابقین و أشتاق إلی قربک فی المشتاقین و أدنو منک دنوّ المخلصین
و أخافک مخافة الموقنین و أجتمع فی جوارک مع المؤمنین
“ฉันวอนขอให้พระองค์โปรดทรงบันดาลให้วันเวลาของฉันทั้งกลางวันและกลางคืน
ได้รับการปรับปรุงให้มีชีวิตชีวาด้วยกับการรำลึกถึงพระองค์ และถูกใช้ไปในการรับใช้พระองค์อยู่เสมอ ...
โปรดเสริมสรีระของฉันให้เข้มแข็งในการรับใช้พระองค์ โปรดทำให้จิตใจของฉันมั่นคงในการเดินทางไปสู่พระองค์
และโปรดประทานแก่ฉันซึ่งความอุตสาหะในบรรลุสู่ความเกรงกลัวพระองค์และความต่อเนื่องในการรับใช้พระองค์อยู่เสมอ
จนกระทั่งฉันสามารถที่จะขับเคลื่อนร่างกายและจิตใจให้อยู่ในสนามของผู้รุดหน้าไปสู่พระองค์
และรีบเร่งไปหาพระองค์ในท่ามกลางผู้รีบเร่งทั้งหลาย และถวิลหาความใกล้ชิดพระองค์ในหมู่ของผู้ถวิลหาทั้งหลาย
และใกล้ชิดพระองค์ดั่งความใกล้ชิดของผู้บริสุทธิ์ทั้งหลาย และเกรงกลัวพระองค์เฉกเช่นผู้เชื่อมั่นทั้งหลาย
และอยู่ร่วมกับศรัทธาชนทั้งหลายเคียงข้างความเมตตาของพระองค์”

ง) ความต้องการให้พระผู้เป็นเจ้าทรงขจัดปัดเป่าแผนร้าย กลอุบาย และความชั่วร้ายของผู้กดขี่ และให้พระองค์ทรงทำให้แผนร้ายนั้นบังเกิดขึ้นกับตัวพวกเขาเอง
اللهم و من أرادنی بسوء فأرده و من کادنی فکده
“โอ้อัลลอฮฺ ผู้ใดที่ประสงค์ร้ายต่อฉัน โปรดทรงทำให้เขาได้รับความเลวร้ายนั้น
และผู้ใดใช้กลอุบายล่อลวงฉัน โปรดทำให้เขาประสพกับกลอุบายนั้นเสียเอง”
واکفنی شرّ الجن و الانس من أعدائی
“และโปรดทรงปัดเป่าความชั่วร้ายของศัตรูของฉันทั้งจากญิน
และมนุษย์ให้พ้นไปจากฉันด้วยเถิด”

และทั้งหมดนี้คือภาพรวมของสารัตถะอันสูงส่งของดุอากุเมล



บทความโดย Saleh

ขอขอบคุณ www.islamichomepage.com

  1298
  0
  0
امتیاز شما به این مطلب ؟

latest article

      "الحمد للہ رب العالمین" کے بارے میں امام حسن ...
      کیا قرآن مجید میں ایسی آیات پائی جاتی ہیں، کہ جن سے ...
      کلی طور پر سورہ بنی اسرائیل کی تعلیمات کیا ہیں؟
      قرآن مجید میں "بروج" سے کیا مراد ہے؟
      کیا آیہ شریفہ "وَ السَّابِقُونَ الْأَوَّلُونَ مِنَ ...
      سورہ بقرہ کی آیت ۱۴۴ میں "قَدْ نَرى‏ تَقَلُّبَ ...
      قرآن مجید کے نظریہ کے مطابق خودآگاہی کے معنی کیا ہیں؟
      قرآن کریم کے کتنے سوروں کے نام پیغمبر وں کے نام پر ہیں ...
      قرآن کی عبارت میں (فبشرھم بعذاب الیم) ، کیوں آیا ہے جب ...
      آیت مبارکہ ’’ و جاء ربُّکَ والملکُ صفّاً صفّاً ...

 
user comment