ไทยแลนด์
Monday 25th of June 2018

จอมราชันย์แห่งโคราซาน จักรพรรดิแห่งอาหรับและอะญัม (ตอนจบ)

จอมราชันย์แห่งโคราซาน จักรพรรดิแห่งอาหรับและอะญัม (ตอนจบ)

 

ชาวอิหร่านได้ผูกจิตใจกับบรรดาลูกหลานนบีอย่างลึกซึ้ง ดังนั้นเหตุผลอันหนึ่งที่ประชาชาติอิหร่านมีความเข้มแข็งจนถึงทุกวันนี้ เพราะความรักต่ออะฮฺลุลบัยต(ฺอ) แหละสิ่งนี้อันดับแรกก็เกิดมาจากการ เดินทางของท่านอิมามริฎอ(อ) และการเดินทางของท่านหญิงมะอฺศูมะฮฺ(อ) เป็นลำดับที่สอง และการเดินทางของลูกหลานชั้นล่างๆลงเรื่อยมา ที่ถูกฝั่งเรียงรายอยู่ในแผ่นดินอิหร่าน ซึ่งบรรดานักประวัติศาสตร์ได้ทำการบันทึกว่ามีเกือบสองพันหลุมศพของลูกหลานนบีที่อยู่ในอิหร่าน และประมานสองพันกว่าหลุมศพที่ฝังอยู่นั้นมีกะรอมัตเกือบทั้งหมด แน่นอนสิ่งเหล่านี้เกิดจากการเดินทางของท่านอิมามริฎอ(อ) เพื่อที่ จะรวมดวงใจของชาวอิหร่านทั้งหมด ชูภารกิจอันยิ่งใหญ่ก่อนการปรากฏของท่านอิมามมะฮฺดี(อ) นี่คือภารกิจหนึ่งของท่านอิมามริฎอ(อ)

 

ใครก็ตามที่เป็นชีอะฮฺแต่ปฏิเสธอิหร่าน ใครก็ตามที่เป็นชีอะฮฺแต่ไม่ยอมรับสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน คนเหล่านั้นได้ทรยศต่อภารกิจของท่านอิมามริฎอ(อ) ซึ่งรายละเอียดในเรื่องนี้มีอย่างสมบูรณ์ เพราะท่านอิมามริฎอ(อ) มาเพื่อภารกิจอันนี้! ดังนั้นไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ท่านจึงยอมรับสภาพต่างๆทั้งหมด

 

ในวันที่จดหมายเทียบเชิญของมะอฺมูน อัรรอชีด ไปถึงทีมะดีนะฮฺ ท่านอิมามริฎอ(อ) ก็ไปยังสุสานของท่านรอซูลุลลอฮฺ(ศ็อลฯ) เข้าไป ซิยารัตอำลา เหมือนกับที่ท่านอิมามฮูเซน(อ) ได้อำลาก่อนออกเดินทางไปสู่แผ่นดินกัรบาลาอฺ ท่านอิมามริฎอ(อ) ได้ร้องไห้ต่อหลุมฝังศพของท่านรอซูลุลลอฮฺ(ศ็อลฯ) แล้วก็เดินออกมาสักพักแล้วก็เดินกลับเข้าไป จากนั้นทำการซิยารัต ร้องไห้โอบกอดหลุมฝังศพของรอซูลุลลอฮฺ(ศ็อลฯ) เดินออกมาก็เดินกลับเข้าไป จนทำให้บรรดาสาวก ที่อยู่ใกล้ชิดกับท่านถามว่า โอ้ บุตรของรอซูลิลละฮฺ เกิดอะไรขึ้นหรือ ? ท่านกำลังทำอะไรหรือ ? ทำไมท่านเหมือนกับจะออกจากท่านนบีไม่ได้ ท่านอิมามริฎอ(อ) ได้กล่าวตอบว่า พวกเจ้าไม่รู้หรอกว่านี่คือการซิยารัตครั้งสุดท้าย ของฉัน หลังจากนี้ฉันไม่มีโอกาสที่จะกลับมาเยี่ยมกุโบร์ของท่านตาของฉันได้อีกต่อไป ท่านอิมาม(อ) รู้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่านี่คือการเดินทางครั้งสุดท้าย การเดินทางมุ่งสู่โคราซานซึ่งจะไม่มีวันที่จะกลับมายังแผ่นดินของท่านตาอีกต่อไป

 

ดังนั้นเมื่อร่ำลากุโบร์ของรอซูลุลลอฮฺ(ศ็อลฯ) ท่านก็ไปยังหมู่บ้านของบนีฮาชิม เรียกเด็กๆและลูกหลานทั้งหมดมาอำลา ที่แปลกไปกว่านั้นท่านอิมามริฎอ(อ) เรียกทุกคนมาอำลาและบอกว่า พวกเจ้าทั้งหลายจงร้องไห้เถิด ฉันกำลังเดินทางไปสู่อีกแผ่นดินหนึ่ง บางคนก็ได้คัดค้าน ว่า ยับนา รอซูลิลละฮฺ ทำไมท่านสั่งให้ฉันร้องไห้ เราเคยได้ยินฮาดิษจากท่านรอซูลุลลอฮฺ(ศ็อลฯ) ที่ได้กล่าวว่า ถ้ามีการเดินทางอย่าร้องไห้ คือผู้ที่ไปส่งนั้นอย่าร้องไห้ในการไปส่งบุคคลผู้เดินทางเพราะมันอาจจะเป็นลางสังหรณ์ที่ไม่ดีและอาจทำให้โชคร้ายสำหรับคนที่จะเดินทาง ท่าน อิมามริฎอ(อ) ก็ให้คำตอบว่าแต่การเดินทางครั้งนี้นั้น พวกท่านทั้งหลายจงร้องไห้เถิดเพราะพวกท่านจะไม่ได้เห็นฉันอีกต่อไปหลังจากวันนี้

 

แต่ละคนก็ได้เข้ามาร่ำลาท่านอิมามริฎอ(อ) จากนั้นท่านได้ออกเดินทางโดยไม่มีเครือญาติคนใดติดตามท่าน และวันนั้นก็มาถึงเมื่อ มะอมูน อัรรอชีด ได้ยื่นถาดองุ่น ในเบื้องต้นท่านอิมามริฎอ(อ) ได้ปฏิเสธที่จะกินองุ่นนั้น แต่มะอฺมูน อัรรอชีด ก็ได้บอกว่าท่านจะต้องกินองุ่นนี้ หากมิฉะนั้นแล้ว เราก็จะทำการสับท่านให้เป็นชิ้นๆ ท่านก็ต้องเลือกว่าจะถูกสับเป็นชิ้นๆหรือว่าจะกินองุ่นนี้ อิมาม(อ) รู้ว่าในองุ่นนั้นมียาพิษ แต่เมื่อถึงเวลาตามที่อัลลอฮฺ(ซบ)กำหนดก็ต้องปฏิบัติไปตาม วิถีทางธรรมชาติ

 

ในริวายัตได้บอกว่าท่านอิมามริฎอ(อ) ได้กินองุ่นเพียงสามเม็ดเท่านั้น เพียงแค่องุ่นสามเม็ดที่ท่านกินไป แต่เป็นองุ่นสามเม็ดที่ไม่รู้ว่ายาพิษนั้นมันร้ายแรงขนาดไหน เราอาจจะเคยฟังท่านอิมามฮาซัน อัลมุจตาบา(อ)ได้ดื่มนมไปแก้วหนึ่งและพิษของนมแก้วนั้นได้ทำลายอวัยวะของท่านอิมามฮาซัน อัลมุจฺตาบา(อ) จนท่านบ้วนออกมาเป็นก้อนเนื้อชิ้นๆอยู่ในกระโถนที่ท่านหญิงซัยหนับ(อ) ได้แอบดู

 

องุ่นสามเม็ดนั้นที่ท่านอิมามริฎอ(อ) ได้กินเข้าไปนั้น นักบันทึก ฮะดิษได้กล่าวว่า เมื่อท่านอิมามริฎอ(อ) กลับมาถึงที่บ้าน ท่านได้ล้ม ตัวลงและตัวของท่านนั้นบิดไปบิดมาเหมือนกับงู

 

องุ่นแค่สามเม็ด แต่พิษของมันนั้นทำให้ท่านอิมาม(อ) ต้องบิดไปมาเหมือนกับงู บางริวายัตได้กล่าวว่า เนื้อของท่านนั้นแหลกเหลวเหมือนกับน้ำ และท่านก็ได้ร้องว่า “ยาญะวาดุล อะอิมมะฮฺ” โอ้ญะวาดของพ่อ เจ้าอยู่ที่ไหน และท่านอิมามญะวาดก็ได้ปรากฏตัวที่บ้านของท่านอิมามริฎอ (อ) ในโคราซาน เพื่อที่จะทำการรับร่างของบิดาของตัวเอง

 

ในริวายัตได้กล่าวว่า ก่อนที่ท่านอิมามริฎอ(อ) จะเสียชีวิตท่านได้อยู่ในอ้อมกอดลูกรักของท่านคือท่านอิมามญะวาด(อ) วิญญาณของท่านได้ออกจากร่างในขณะที่อยู่อ้อมกอดของลูกชายสุดที่รัก

 

ถึงแม้ว่าท่านอิมาม(อ) จะโดดเดี่ยวสักขนาดไหนก็ยังมีลูกมารับในวันท่านเสียชีวิต

 

แต่ที่กัรบาลาอฺ ยาอบาอับดิลละฮฺ วันที่ร่างของท่านอิมามฮูเซน(อ)ได้ล้มลง ณ แผ่นดินแห่งนั้น ไม่มีผู้ใดมารับร่างของท่าน ไม่มีการจัดพิธีศพใดๆให้กับอบาอับดิลละฮฺ ร่างของท่านได้ถูกฝั่งโดยปราศจากศีรษะ

 

ในริวายัตได้รายงานว่าร่างของท่านอิมามริฎอ(อ) นั้นถูกฝังอย่างสมเกียรติ แต่อบาอับดิลละฮฺ ผู้เป็นปู่ของท่านอิมามริฎอ(อ)นั้น ร่างอยู่ในดิน แต่ศีรษะถูกเสียบอยู่บนปลายหอก แห่แหนไปยังเมืองต่างๆ ศีรษะนั้นไม่ได้อยู่ที่ปลายหอกเพียงอย่างเดียว ยังต้องตกเป็นเป้าอิฐและก้อนหินต่างๆที่ขว้างปาจากทุกหัวเมือง แต่พี่น้อง แม้นว่าศีรษะ จะรับก้อนอิฐก้อนหินต่างๆ ไปทุกหัวเมือง แต่ร่างของท่านก็ไม่ได้แตกต่างกันมาก เมื่อท่านอิมาม ซัยนุลอาบีดีน ถึงเรือนร่างอันไร้วิญญาณของท่านอิมาม ฮูเซน(อ) จึงได้บอกกับชาวเผ่าที่อยู่ในบริเวณกัรบาลาอฺว่า ขอผ้าให้ฉันสักหนึ่งชิ้นได้ไหม ชาวเผ่าตรงนั้นถามว่า ท่านจะเอาผ้าทำอะไรหรือ ได้ยินมาว่าบรรดาว่าชะฮีดเขาไม่ต้องใช้ผ้ากะฝันในการฝัง ท่าน อิมาม ซัยนุลอาบีดีน(อ) บอกว่า ถ้าร่างนี้เราไม่ใส่ลงในผ้า ก็ไม่สามารถที่จะยกเขาได้ด้วยมือเปล่า เราต้องใส่ผ้าห่อถึงจะยกเขาได้ เพราะร่างนี้นั้นได้ถูกสับเป็นชิ้น

 

โดย ฮุจญตุลอิสลามวัลมุสลีมีน ซัยยิดสุไลมาน ฮูซัยนี

ขอขอบคุณเว็บไซต์ Syedsulaiman

latest article

      คุณค่าของการหลั่งน้ำตา
      อียิปต์ ธรรมาสน์ของอิมามมะฮ์ดี (อ.) ...
      อายุขัยที่แท้จริง
      ชีวประวัติพอสังเขป ...
      ...
      กุหลาบแรกแย้มที่ถูำกย่ำ
      การมีความอ่อนน้อมถ่อมตน ...
      ท่านหญิงอุมมุลบะนีน คือใคร?
      การประสูติของท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ ...
      แว่นส่องธรรม การมองด้วยตาทั้งสี่

user comment