ไทยแลนด์
Wednesday 13th of December 2017
code: 81115
เรื่องราวของชะฮีดแห่งกัรบะลาผู้หนึ่ง ที่ถูกฝังหลังจากเหตุการณ์อาชูรอ 10 วัน

เรื่องราวของชะฮีดแห่งกัรบะลาผู้หนึ่ง ที่ถูกฝังหลังจากเหตุการณ์อาชูรอ 10 วัน

 

       

วันจันทร์ที่ 20 มุฮัรรอม ฮิจญ์เราะฮ์ที่ 61 สิบวันหลังจากเหตุการณ์ในวันอาชูรอ ประชาชนกลุ่มหนึ่งจากเผ่าบนีอะซัด ได้ไปพบร่างของ “ญูน” คนรับใช้ของอบูซัรร์ ฆ็อฟฟารีย์ ในสภาพที่ใบหน้าของเขาเปล่งปลั่งไปด้วยรัศมี (นูร) และร่างกายของเขามีกลิ่นหอม แล้วพวกเขาก็ได้จัดการฝังร่างของเขา [1]

 

       “ญูน” คือทาสที่ท่านอิมามอะลี (อ.) ได้ซื้อตัวเขาด้วยเงินจำนวน 150 ดินาร์ (เหรียญทองคำ) และ มอบให้แก่อบูซัรร์ ในช่วงที่อบูซัรร์ถูกเนรเทศไปยังพื้นที่ที่มีความแห้งแล้งและกันดารที่มีนามว่า “รอบะซะฮ์” คนรับใช้ผู้นี้ได้เดินทางไปยังรอบะซะฮ์เพื่อคอยรับใช้เขา หลังจากการเสียชีวิตของอบูซัรร์ เขาได้กลับมายังเมืองมะดีนะฮ์และทำหน้าที่รับใช้ท่านอิมามอะลี (อ.) จนกระทั้งหลังจากการเป็นชะฮีด (เสียชีวิต) ของท่านอิมามอะลี (อ.) เขาได้รับใช้ท่านอิมามฮะซัน มุจญ์ตะบา (อ.) และหลังจากท่านอิมามฮะซัน (อ.) เขาก็ทำหน้าที่รับใช้ท่านอิมามฮุเซน (อ.) และได้ร่วมเดินทางกับท่านอิมามฮุเซน (อ.) จากมะดีนะฮ์ไปยังนครมักกะฮ์และจากมักกะฮ์ไปยังกัรบะลา

    

  เมื่อสงครามในวันอาชูรอได้ทวีความรุนแรงขึ้น เขาได้มาพบท่านอิมามฮุเซน (อ.) และขออนุญาตท่านเพื่อออกสู่สนามรบ เพื่อปกป้องอะฮ์ลุลบัยติ์ของท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ็อลฯ) และท่านอิมามฮุเซน (อ.) ท่านอิมาม (อ.) ได้กล่าวกับเขาว่า :

أَنْتَ فِي إِذْنٍ مِنِّي فَإِنَّمَا تَبِعْتَنَا طَلَباً لِلْعَافِيَةِ فَلَا تَبْتَلِ بِطَرِيقِنَا

“บัดนี้เจ้าเป็นอิสระแล้ว ฉันอนุญาตให้เจ้าไปจากที่นี่ได้ เพราะแท้จริงเจ้าได้ติดตามฉันมาเพื่อแสวงหาชีวิตความเป็นอยู่ที่สุขสบาย ดังนั้นเจ้าอย่าได้มาประสบกับความทุกข์ยากในหนทางของพวกเราเลย”

 

        

ญูนได้ก้มลงจูบแทบเท้าทั้งสองของท่านอิมามฮุเซน (อ.) พร้อมกับกล่าวว่า :

يَا ابْنَ رَسُولِ اللَّهِ أَنَا فِي الرَّخَاءِ أَلْحَسُ قِصَاعَكُمْ وَ فِي الشِّدَّةِ أَخْذُلُكُمْ وَ اللَّهِ إِنَّ رِيحِي لَمُنْتِنٌ وَ إِنَّ حَسَبِي لَلَئِيمٌ وَ لَوْنِي لَأَسْوَدُ فَتَنَفَّسْ عَلَيَّ بِالْجَنَّةِ فَتَطِيبَ رِيحِي- وَ يَشْرُفَ حَسَبِي وَ يَبْيَضَّ وَجْهِي لَا وَ اللَّهِ لَا أُفَارِقُكُمْ حَتَّى يَخْتَلِطَ هَذَا الدَّمُ الْأَسْوَدُ مَعَ دِمَائِكُمْ

“โอ้บุตรของท่านศาสนทุตแห่งอัลลอฮ์! ในยามสุขสบาย ข้าพเจ้าได้กินจากจานอาหารของพวกท่าน แต่ในยามทุกข์ยากจะให้ฉันละทิ้งไปจากพวกท่านกระนั้นหรือ? ขอสาบานต่ออัลลอฮ์! แท้จริงกลิ่นกายของข้าพเจ้ามันช่างเน่าเหม็น แท้จริงสายตระกูลของข้าพเจ้าช่างต่ำต้อย และสีผิวของข้าพเจ้ามันช่างดำสนิทเสียเหลือเกิน ดังนั้นขอท่านได้โปรดหายใจรดข้าพเจ้าในสรวงสวรรค์ด้วยเถิด เพื่อกลิ่นกายของข้าพเจ้าจะได้หอมหวน สายตระกูลของข้าพเจ้าจะได้มีเกียรติ และใบหน้าของข้าพเจ้าจะได้ขาวผ่อง ขอสาบานต่ออัลลอฮ์! ข้าพเจ้าจะไม่แยกตัวไปจากพวกท่าน จนกว่าเลือดที่ดำสนิทนี้จะได้ผสมผสานไปกับเลือดของพวกท่าน”

 

      

   ญูนได้กล่าวสิ่งนี้ไปพลางก็ร้องไห้ไปพลาง จนกระทั่งท่านอิมามฮุเซน (อ.) เองก็ไม่อาจกลั้นน้ำตาของตนเองไว้ได้ และได้อนุญาตแก่เขา

      

   แม้ว่าญูนจะเป็นชายชราที่อยู่ในวัย 90 ปีก็ตาม แต่เด็กๆ ในครอบครัวของท่านอิมามฮุเซน (อ.) ก็มีความใกล้ชิดสนิทสนมกับเขา เขาได้เดินไปยังกระโจมค่ายพักต่างๆ เพื่อกล่าวคำอำลาและขออภัย (ฮะลาล) ในสิ่งที่ผิดพลาดจากตนเอง เสียงร่ำไห้ของเด็กๆ ได้ดังระงมปกคลุมไปทั่ว เขาได้ปลอบประโลมแต่ละคนให้นิ่งเงียบจากการร่ำไห้และส่งเด็กๆ เหล่านั้นกลับเข้าไปในกระโจมต่างๆ จากนั้นได้ทะยานออกไปยังกลุ่มชนผู้ชั่วชาติของฝ่ายศัตรูประหนึ่งราชสีห์ที่โกรธจัด เขาได้ทำการสู้รบอย่างกล้าหาญ จนกระทั่งพวกศัตรูได้ปิดล้อมอยู่รอบตัวเขาและทำให้เขาได้รับบาดแผลอย่างมากมาย เมื่อร่างของเขาได้ตกสงสู่พื้นดิน ท่านอิมามฮุเซน (อ.) ได้นำศีรษะของเขาวางบนตักของท่านและร่ำไห้ด้วยเสียงดัง และได้ใช้มือลูบไปที่ศีรษะและใบหน้าของญูน พร้อมกับกล่าวว่า :

اللَّهُمَّ بَيِّضْ وَجْهَهُ وَ طَيِّبْ رِيحَهُ وَ احْشُرْهُ مَعَ الْأَبْرَارِ وَ عَرِّفْ بَيْنَهُ وَ بَيْنَ مُحَمَّدٍ وَ آلِ مُحَمَّدٍ

“โอ้อัลลอฮ์! โปรดทำให้ใบหน้าของเขาขาวผ่อง และทำให้กลิ่นกายของเขาหอมหวน โปรดรวมเขา (ในปรโลก) เข้ากับบรรดาผู้ทรงคุณธรรม และโปรดทรงแนะนำระหว่างเขาและระหว่างมุฮัมมัดและวงศ์วานของมุฮัมมัด (ซ็อลฯ) ด้วยเถิด”

 

       

ด้วยบะรอกัต (ความจำเริญ) ของคำวิงวอนขอของท่านอิมาม (อ.) ทำให้ใบหน้าของญูนทาสรับใช้ผู้นี้เจิดจรัสประหนึ่งดังดวงจันทร์วันเพ็ญ และกลิ่นกายที่หอมหวนปรากฏขึ้นจากเรือนร่างของเขา กระทั่งว่า เมื่อพวกเขาได้มาพบร่างของเขาหลังจากการเป็นชะฮีด (เสียชีวิต) ถึงสิบวัน พวกเขาก็ได้พบเห็นใบหน้าของเขาเจิดจรัสไปด้วยรัศมี (นูร) และมีกลิ่นกายที่หอมหวน [2]

 

แหล่งที่มา :

 

[1] มุนตะค็อบ อัตตะวารีค, หน้าที่ 311

[2] วะซีละตุดดาร็อยน์ ฟี อันซอริลฮุซัยน์ (อ.) หน้าที่ 115 ; บิฮารุ้ลอันวาร, เล่มที่ 45, หน้าที่ 23

 

ขอขอบคุณเว็บไซต์ซอฮิบซะมาน

user comment
 

latest article

  อัคบารีย์ คือใคร ตอนที่ 3
  อัคบารีย์ คือใคร ตอนที่ 4
  อัคบารีย์ คือใคร ตอนที่ 5
  ...
  ...
  ...
  ...
  ปรัชญาแห่งศีลอด
  แหล่งที่มาของนิติศาสตร์อิสลาม(ฟิกฮ์ ...
  ...