ไทยแลนด์
Saturday 23rd of June 2018

ความยุติธรรมของพระผู้เป็นเจ้า ตอนที่ 9

ความยุติธรรมของพระผู้เป็นเจ้า ตอนที่ 9


ความยุติธรรมของพระผู้เป็นเจ้า ตอนที่ 9

    Email

0 ทัศนะต่างๆ 0.0 / 5

บทความต่างๆ ›
หลักศรัทธา ›
หลักศรัทธา ›
หลักศรัทธา    

จัดพิมพ์ใน
    2017-03-08 12:54:32
ผู้เขียน:
    ฮุจญตุลอิสลาม ซัยยิดสุไลมาน ฮุซัยนี

บทเรียนอูศูลุดดีน (รากฐานของศาสนา)

 

ความยุติธรรมของพระผู้เป็นเจ้า ตอนที่ 9

 

เหตุใด เราต้องศึกษา เรื่องความยุติธรรมของพระผู้เป็นเจ้า

 

เป้าหมายในการเรียนอัดลฺ(ความยุติธรรมของพระผู้เป็นเจ้า) เหตุผลเพื่อให้มนุษย์ได้รู้ถึงความเมตตาและความละเอียดอ่อนในกิจการงานของพระองค์ อีกทั้งเพื่อหาความยุติธรรมทั้งหมดของพระองค์ที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์และสรรพสิ่ง เช่น มนุษย์ถามหาความยุติธรรมหลายหลาย บางคนถามเรื่องบางเรื่อง บางคนถามหาในเรื่องหนึ่ง บางคนถามหาในอีกเรื่องหนึ่ง

 

จะเห็นได้ว่า เรื่องที่จะต้องทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง คือความยุติธรรมที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ทั้งหมด

 

คำถาม : ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับมนุษย์ เกิดขึ้นจากอะไร

 

คำตอบ : เกิดมาจากความประสงค์ของพระองค์ พระประสงค์ของพระองค์ (ตะอัลลุก) เข้าไปเกี่ยวข้องกับทุกๆเรื่องในชีวิตของมนุษย์ ซึ่งหากพระองค์ไม่ประสงค์ แน่นอนว่า ไม่มีสิ่งใดสามารถเกิดขึ้นมาได้

 

ดังนั้น มนุษย์ไม่มีสิทธิ์บอกว่าในเรื่องนี้หรือเรื่องนั้นพระองค์ไม่เกี่ยวข้อง เพราะเหตุผลที่ว่า พระประสงค์ของพระองค์เกี่ยวข้องไปยังทุกๆเรื่อง ถึงแม้ว่าเรื่องบางเรื่องที่เกิดขึ้นนั้น อาจจะสพอารมณ์และบางเรื่องอาจไม่สพอารมณ์ของมนุษย์

 

โดยส่วนมากมนุษย์จะถามหาความยุติธรรมในเรื่องที่ไม่สพอารมณ์(ความพึงพอใจในลักษณะถูกจริต) เมื่อมนุษย์พบเรื่องที่ไม่สพอารมณ์ ประสพเรื่องที่ไม่ชอบ ก็จะเกิดคำถามขึ้นมา เพื่อหาความยุติธรรมจากพระองค์ว่า ความประสงค์ของพระองค์ยุติธรรมแล้วหรือ?

 

จะเห็นได้ว่า เรื่องที่ไม่สพอารมณ์ในชีวิตของมนุษย์มีมากมายและหลากหลาย มนุษย์บางคนไม่สพอารมณ์ ถึงขั้นถามว่า สร้างฉันมาทำไม? หรือบางคนพูดว่าฉันอยากเป็นผู้ชาย ให้ฉันเกิดมาเป็นผู้หญิงทำไม? หรือบางคนอยากเกิดมารวยแต่กลับเกิดมายากจน

 

การถามหาความยุติธรรมจากพระองค์มีหลายรูปแบบ หรือบางครั้งใช้ดุลยพินิจของตน ด้วยการตั้งคำถาม สร้างสิ่งนี้ขึ้นมาแล้วสร้างสิ่งนั้นขึ้นมาทำไมอีก ดูแล้วมันไม่ยุติธรรมเลย

 

ตัวอย่าง :

มีนักปราชญ์ของบางศาสนาท่านหนึ่ง ได้เขียนในหนังสือของเขาว่า “พระเจ้าไม่ฉลาดและไม่ยุติธรรม”

เขาเขียนว่า “เมื่อพระเจ้าสร้างหนูขึ้นมา แล้วสร้างแมวขึ้นมาทำไม ?”

ในทัศนะของเขา เข้าใจแต่เพียงว่า สัตว์ 2 ชนิดนี้พระองค์สร้างมาเพื่อเบียดเบียนซึ่งกันและกัน จึงเกิดการตั้งคำถามขึ้นมาว่า  “พระเจ้าทำให้หนูถูกแมวกิน พระเจ้าทำให้แมวกินหนู หนูถูกสร้างมาให้แมวกินทำไม?”

 

ในที่นี้ เราต้องยอมรับว่าทุกสรรพสิ่งที่เกิดขึ้นบนโลก มาจากพระประสงค์ของพระองค์ ในซูเราะฮ์ เตาบะฮ์ โองการที่ 51

 

“قُلْ لَنْ يُصِيبَنَا إِلَّا مَا كَتَبَ اللَّهُ لَنَا هُوَ مَوْلَانَا ۚ”

 

ความว่า “จงกล่าวเถิดมูฮัมมัด ไม่มีสิ่งใดประสพกับพวกเรา เว้นแต่สิ่งที่พระองค์ได้กำหนดให้แก่เราแล้ว”

 

คำอธิบาย : เบื้องต้นมนุษย์ต้องทำความเข้าใจโดยภาครวม ซึ่งประเด็นหลัก ก่อนที่มนุษย์จะถามหาความยุติธรรมของพระองค์ได้นั้น

 

ประเด็นสำคัญ เขาจะต้องยอมรับในการมีอยู่ของพระผู้เป็นเจ้า หากการคุยกับบุคคลที่ยังไม่ยอมรับในการมีอยู่ของ     พระผู้เป็นเจ้า จำเป็นจะต้องทำให้เขาเชื่อในการมีอยู่ของพระผู้เป็นเจ้าเสียก่อน จึงจะพูดกันในเรื่องของความยุติธรรมของพระผู้เป็นเจ้าได้ ซึ่งเนื้อหาของมันอยู่ในวิชาเตาฮีด (ความเป็นเอกะของพระผู้เป็นเจ้า)

เมื่อเขาเชื่อว่า มีพระเจ้า ลำดับต่อมา เขาเชื่อในรายละเอียดต่างๆของพระองค์ เชื่อว่าพระองค์ทรงเป็นเอกะ เมื่อเขาเข้าใจเตาฮีดแล้ว เราจึงมาทำความเข้าใจถึงความยุติธรรมของพระผู้เป็นเจ้าต่อไปได้ และหัวข้อหลักๆในเตาฮีดที่ต้องนำมาสู่การทำความเข้าใจในเรื่องความยุติธรรมของพระผู้เป็นเจ้า คือ อาลีม (พระองค์คือผู้ทรงรอบรู้)

 

อาลีม (พระองค์คือผู้ทรงรอบรู้)

ประโยค “พระองค์ทรงรอบรู้” เราได้พิสูจน์ในวิชาเตาฮีดไปแล้วว่า พระองค์คือผู้ทรงรอบรู้ เมื่อพระองค์ทรงรอบรู้ ความประสงค์ (อิรอดัต) ของพระองค์ย่อมเกิดมาจากความรอบรู้อย่างสมบูรณ์

 

คำว่า “สมบูรณ์” คือ ไม่ต้องเพิ่มเติมใดๆ พระองค์ไม่จำเป็นต้องแสวงการพัฒนาไปสู่ความบริบูรณ์ใดๆอีก [บริบูรณ์ คือ ถึงที่สุดแล้ว ไม่มีมากกว่านี้แล้ว]

 

จะเห็นได้ว่า พระองค์สมบูรณ์มาแต่เดิม ไม่ต้องการสิ่งใดในทุกเรื่อง และเช่นเดียวกันความรู้ของพระองค์สมบูรณ์ ไม่มีความผิดพลาดใดๆ ไม่มีความบกพร่องใดๆ และนอกจากพระองค์ทรงรอบรู้แล้ว พระองค์ยังเป็นผู้ทรงวิทยปัญญาที่สมบูรณ์(ฮากีม) คือ ทรงมีวิทยปัญญา มีเหตุมีผล

 

ดังนั้น เมื่อพระองค์ประสงค์สิ่งใดสิ่งหนึ่งให้เกิดขึ้นกับมนุษย์และทุกสรรพสิ่งแล้ว แสดงว่า มาจากความรอบรู้ มาจากความมีวิทยปัญญาของพระองค์ หากพระองค์ประสงค์ จึงมีปรัชญาของเป้าหมาย“ฮิกมะฮ์”อยู่ นอกจากนั้นยังพบว่าในความประสงค์ของพระองค์นั้นมาจากอำนาจ(กุดรัต)และเจตนารมณ์เสรี(อิคติยาร)ที่สมบูรณ์ของพระองค์อีกด้วย

 

ฉะนั้น สิ่งที่ประสพกับมนุษย์ มันจึงไม่มีอะไรเลย นอกจากเพื่อความสมบูรณ์ คือ สมบูรณ์ในทุกสิ่งทุกอย่าง ทุกแง่มุม ที่พระองค์ทรงกำหนดให้บังเกิดนั้นเพื่อความสมบูรณ์ของมนุษย์ทั้งสิ้น

 

ความประสงค์จากผู้ทรงสัมบูรณ์[สมบูรณ์ยิ่งจากผู้ทรงรอบรู้ที่สุด จากผู้ทรงวิทยปัญญาที่สุดนั้น ไม่มีอะไรนอกจากมีวิทยปัญญา (ฮิกมะฮ์)อยู่

 

อะไรคือ ความสมบูรณ์ของมนุษย์

ความสมบูรณ์ของมนุษย์ คือ การที่มนุษย์ได้พัฒนาไปสู่ความดีทั้งหมด รวมไปถึงได้รวบรวมความดีงามทั้งหมดและขจัดสิ่งไม่ดีงามทั้งหมดออกไปจากตัวตน อีกทั้งได้พัฒนาไปสู่ความใกล้ชิดยังพระองค์ ไม่เพียงเท่านั้นยังได้พัฒนาขัดเกลาจิตวิญญาณ ให้ได้เป็นบ่าวของพระองค์อย่างแท้จริง

 

แน่นอนว่า ความประสงค์ของพระองค์เพื่อสิ่งเหล่านี้ เพื่อให้มนุษย์ไปสู่ความดีที่สูงสุด ไปสู่ตำแหน่งที่สูงสุด ดังนั้น ด้วยความสมบูรณ์ดังกล่าวนี้ จึงเป็นข้อพิสูจน์ว่า “การงานของพระผู้เป็นเจ้ามีความยุติธรรมและ มีฮิกมะฮ์เสมอ

 

ขอขอบคุณสถาบันศึกษาศาสนาอัลมะฮ์ดี

latest article

      อรรถาธิบายดุอาอ์ประจำวันที่ 10 ...
      มียะกีนจึงไม่ต้องนมาซ?
      อคติสร้างความแตกแยก
      มงกุฎราชกุมารแห่งซาอุฯ ...
      ความยุติธรรมของพระผู้เป็นเจ้า ...
      ความยุติธรรมของพระผู้เป็นเจ้า ...
      กฎเกณฑ์การใช้ใบยาสูบ ตอนที่1
      ...
      กลุ่มก่อการร้ายไอซิส ...
      การไว้วางใจในพระเจ้า

user comment