ไทยแลนด์
Friday 22nd of September 2017
code: 80843
ความยุติธรรมของพระผู้เป็นเจ้า ตอนที่ 9


ความยุติธรรมของพระผู้เป็นเจ้า ตอนที่ 9

    Email

0 ทัศนะต่างๆ 0.0 / 5

บทความต่างๆ ›
หลักศรัทธา ›
หลักศรัทธา ›
หลักศรัทธา    

จัดพิมพ์ใน
    2017-03-08 12:54:32
ผู้เขียน:
    ฮุจญตุลอิสลาม ซัยยิดสุไลมาน ฮุซัยนี

บทเรียนอูศูลุดดีน (รากฐานของศาสนา)

 

ความยุติธรรมของพระผู้เป็นเจ้า ตอนที่ 9

 

เหตุใด เราต้องศึกษา เรื่องความยุติธรรมของพระผู้เป็นเจ้า

 

เป้าหมายในการเรียนอัดลฺ(ความยุติธรรมของพระผู้เป็นเจ้า) เหตุผลเพื่อให้มนุษย์ได้รู้ถึงความเมตตาและความละเอียดอ่อนในกิจการงานของพระองค์ อีกทั้งเพื่อหาความยุติธรรมทั้งหมดของพระองค์ที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์และสรรพสิ่ง เช่น มนุษย์ถามหาความยุติธรรมหลายหลาย บางคนถามเรื่องบางเรื่อง บางคนถามหาในเรื่องหนึ่ง บางคนถามหาในอีกเรื่องหนึ่ง

 

จะเห็นได้ว่า เรื่องที่จะต้องทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง คือความยุติธรรมที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ทั้งหมด

 

คำถาม : ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับมนุษย์ เกิดขึ้นจากอะไร

 

คำตอบ : เกิดมาจากความประสงค์ของพระองค์ พระประสงค์ของพระองค์ (ตะอัลลุก) เข้าไปเกี่ยวข้องกับทุกๆเรื่องในชีวิตของมนุษย์ ซึ่งหากพระองค์ไม่ประสงค์ แน่นอนว่า ไม่มีสิ่งใดสามารถเกิดขึ้นมาได้

 

ดังนั้น มนุษย์ไม่มีสิทธิ์บอกว่าในเรื่องนี้หรือเรื่องนั้นพระองค์ไม่เกี่ยวข้อง เพราะเหตุผลที่ว่า พระประสงค์ของพระองค์เกี่ยวข้องไปยังทุกๆเรื่อง ถึงแม้ว่าเรื่องบางเรื่องที่เกิดขึ้นนั้น อาจจะสพอารมณ์และบางเรื่องอาจไม่สพอารมณ์ของมนุษย์

 

โดยส่วนมากมนุษย์จะถามหาความยุติธรรมในเรื่องที่ไม่สพอารมณ์(ความพึงพอใจในลักษณะถูกจริต) เมื่อมนุษย์พบเรื่องที่ไม่สพอารมณ์ ประสพเรื่องที่ไม่ชอบ ก็จะเกิดคำถามขึ้นมา เพื่อหาความยุติธรรมจากพระองค์ว่า ความประสงค์ของพระองค์ยุติธรรมแล้วหรือ?

 

จะเห็นได้ว่า เรื่องที่ไม่สพอารมณ์ในชีวิตของมนุษย์มีมากมายและหลากหลาย มนุษย์บางคนไม่สพอารมณ์ ถึงขั้นถามว่า สร้างฉันมาทำไม? หรือบางคนพูดว่าฉันอยากเป็นผู้ชาย ให้ฉันเกิดมาเป็นผู้หญิงทำไม? หรือบางคนอยากเกิดมารวยแต่กลับเกิดมายากจน

 

การถามหาความยุติธรรมจากพระองค์มีหลายรูปแบบ หรือบางครั้งใช้ดุลยพินิจของตน ด้วยการตั้งคำถาม สร้างสิ่งนี้ขึ้นมาแล้วสร้างสิ่งนั้นขึ้นมาทำไมอีก ดูแล้วมันไม่ยุติธรรมเลย

 

ตัวอย่าง :

มีนักปราชญ์ของบางศาสนาท่านหนึ่ง ได้เขียนในหนังสือของเขาว่า “พระเจ้าไม่ฉลาดและไม่ยุติธรรม”

เขาเขียนว่า “เมื่อพระเจ้าสร้างหนูขึ้นมา แล้วสร้างแมวขึ้นมาทำไม ?”

ในทัศนะของเขา เข้าใจแต่เพียงว่า สัตว์ 2 ชนิดนี้พระองค์สร้างมาเพื่อเบียดเบียนซึ่งกันและกัน จึงเกิดการตั้งคำถามขึ้นมาว่า  “พระเจ้าทำให้หนูถูกแมวกิน พระเจ้าทำให้แมวกินหนู หนูถูกสร้างมาให้แมวกินทำไม?”

 

ในที่นี้ เราต้องยอมรับว่าทุกสรรพสิ่งที่เกิดขึ้นบนโลก มาจากพระประสงค์ของพระองค์ ในซูเราะฮ์ เตาบะฮ์ โองการที่ 51

 

“قُلْ لَنْ يُصِيبَنَا إِلَّا مَا كَتَبَ اللَّهُ لَنَا هُوَ مَوْلَانَا ۚ”

 

ความว่า “จงกล่าวเถิดมูฮัมมัด ไม่มีสิ่งใดประสพกับพวกเรา เว้นแต่สิ่งที่พระองค์ได้กำหนดให้แก่เราแล้ว”

 

คำอธิบาย : เบื้องต้นมนุษย์ต้องทำความเข้าใจโดยภาครวม ซึ่งประเด็นหลัก ก่อนที่มนุษย์จะถามหาความยุติธรรมของพระองค์ได้นั้น

 

ประเด็นสำคัญ เขาจะต้องยอมรับในการมีอยู่ของพระผู้เป็นเจ้า หากการคุยกับบุคคลที่ยังไม่ยอมรับในการมีอยู่ของ     พระผู้เป็นเจ้า จำเป็นจะต้องทำให้เขาเชื่อในการมีอยู่ของพระผู้เป็นเจ้าเสียก่อน จึงจะพูดกันในเรื่องของความยุติธรรมของพระผู้เป็นเจ้าได้ ซึ่งเนื้อหาของมันอยู่ในวิชาเตาฮีด (ความเป็นเอกะของพระผู้เป็นเจ้า)

เมื่อเขาเชื่อว่า มีพระเจ้า ลำดับต่อมา เขาเชื่อในรายละเอียดต่างๆของพระองค์ เชื่อว่าพระองค์ทรงเป็นเอกะ เมื่อเขาเข้าใจเตาฮีดแล้ว เราจึงมาทำความเข้าใจถึงความยุติธรรมของพระผู้เป็นเจ้าต่อไปได้ และหัวข้อหลักๆในเตาฮีดที่ต้องนำมาสู่การทำความเข้าใจในเรื่องความยุติธรรมของพระผู้เป็นเจ้า คือ อาลีม (พระองค์คือผู้ทรงรอบรู้)

 

อาลีม (พระองค์คือผู้ทรงรอบรู้)

ประโยค “พระองค์ทรงรอบรู้” เราได้พิสูจน์ในวิชาเตาฮีดไปแล้วว่า พระองค์คือผู้ทรงรอบรู้ เมื่อพระองค์ทรงรอบรู้ ความประสงค์ (อิรอดัต) ของพระองค์ย่อมเกิดมาจากความรอบรู้อย่างสมบูรณ์

 

คำว่า “สมบูรณ์” คือ ไม่ต้องเพิ่มเติมใดๆ พระองค์ไม่จำเป็นต้องแสวงการพัฒนาไปสู่ความบริบูรณ์ใดๆอีก [บริบูรณ์ คือ ถึงที่สุดแล้ว ไม่มีมากกว่านี้แล้ว]

 

จะเห็นได้ว่า พระองค์สมบูรณ์มาแต่เดิม ไม่ต้องการสิ่งใดในทุกเรื่อง และเช่นเดียวกันความรู้ของพระองค์สมบูรณ์ ไม่มีความผิดพลาดใดๆ ไม่มีความบกพร่องใดๆ และนอกจากพระองค์ทรงรอบรู้แล้ว พระองค์ยังเป็นผู้ทรงวิทยปัญญาที่สมบูรณ์(ฮากีม) คือ ทรงมีวิทยปัญญา มีเหตุมีผล

 

ดังนั้น เมื่อพระองค์ประสงค์สิ่งใดสิ่งหนึ่งให้เกิดขึ้นกับมนุษย์และทุกสรรพสิ่งแล้ว แสดงว่า มาจากความรอบรู้ มาจากความมีวิทยปัญญาของพระองค์ หากพระองค์ประสงค์ จึงมีปรัชญาของเป้าหมาย“ฮิกมะฮ์”อยู่ นอกจากนั้นยังพบว่าในความประสงค์ของพระองค์นั้นมาจากอำนาจ(กุดรัต)และเจตนารมณ์เสรี(อิคติยาร)ที่สมบูรณ์ของพระองค์อีกด้วย

 

ฉะนั้น สิ่งที่ประสพกับมนุษย์ มันจึงไม่มีอะไรเลย นอกจากเพื่อความสมบูรณ์ คือ สมบูรณ์ในทุกสิ่งทุกอย่าง ทุกแง่มุม ที่พระองค์ทรงกำหนดให้บังเกิดนั้นเพื่อความสมบูรณ์ของมนุษย์ทั้งสิ้น

 

ความประสงค์จากผู้ทรงสัมบูรณ์[สมบูรณ์ยิ่งจากผู้ทรงรอบรู้ที่สุด จากผู้ทรงวิทยปัญญาที่สุดนั้น ไม่มีอะไรนอกจากมีวิทยปัญญา (ฮิกมะฮ์)อยู่

 

อะไรคือ ความสมบูรณ์ของมนุษย์

ความสมบูรณ์ของมนุษย์ คือ การที่มนุษย์ได้พัฒนาไปสู่ความดีทั้งหมด รวมไปถึงได้รวบรวมความดีงามทั้งหมดและขจัดสิ่งไม่ดีงามทั้งหมดออกไปจากตัวตน อีกทั้งได้พัฒนาไปสู่ความใกล้ชิดยังพระองค์ ไม่เพียงเท่านั้นยังได้พัฒนาขัดเกลาจิตวิญญาณ ให้ได้เป็นบ่าวของพระองค์อย่างแท้จริง

 

แน่นอนว่า ความประสงค์ของพระองค์เพื่อสิ่งเหล่านี้ เพื่อให้มนุษย์ไปสู่ความดีที่สูงสุด ไปสู่ตำแหน่งที่สูงสุด ดังนั้น ด้วยความสมบูรณ์ดังกล่าวนี้ จึงเป็นข้อพิสูจน์ว่า “การงานของพระผู้เป็นเจ้ามีความยุติธรรมและ มีฮิกมะฮ์เสมอ

 

ขอขอบคุณสถาบันศึกษาศาสนาอัลมะฮ์ดี

user comment
 

latest article

  ความยุติธรรมของพระผู้เป็นเจ้า ตอนที่ 9
  กฎเกณฑ์การใช้ใบยาสูบ ตอนที่1
  ...
  กลุ่มก่อการร้ายไอซิส ...
  การไว้วางใจในพระเจ้า
  ...
  โองการวิลายัต ...
  การเชิญชวนสู่อิสลามบนพื้นฐานของตรรกะ
  บทบาทด้านการเมืองของอิมามมุฮัมมัด ...
  ท่านหญิงฟาติมะฮ์ ซะฮ์รอ (อ) ...